เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ และ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ผนึกกำลังก่อตั้งบริษัทร่วมทุน ยกระดับโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ดันไทยฮับการแพทย์ของภูมิภาค
วันที่ 13 มกราคม 2569 นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (BJL) บริษัทในเครือบีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน สำหรับให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล
พร้อมกันนี้เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ให้เป็นมาตรฐานสากล และรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 ตลอดจนช่วยผลักดันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระดับภูมิภาค
“ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้ช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย“
บริษัทร่วมทุนนี้พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้:
1.โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ: คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics), วัคซีน, ยาเฉพาะทาง, ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
2.บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์: โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด
3.การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์:มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ทรงประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมทั้งการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัด
ปัจจุบันกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่ง เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการกระจายผลิตภัณฑ์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล บริษัทพร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้ ซึ่งไม่เฉพาะในหัวเมืองใหญ่ แต่ขยายการครอบคลุมไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของไทย
นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอีโคซิสเต็มเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย และสะท้อนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของดีเอชแอลในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคในอนาคต ปัจจุบันเรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วเอเชีย การเติบโตของเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล กฎระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นในด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ด้วยการผสานประสบการณ์ความร่วมมือที่มีมากว่าสองทศวรรษกับกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่สำหรับทั้งภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศในโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”