“ฐากร-ทีทีบี” ประเมินปี 2569 ยังเป็นปีที่ท้าทายของเศรษฐกิจไทย จากความไม่แน่นอนทางการเมือง ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล และแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจยืดเยื้อ ขณะที่ภาคธนาคารจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ เน้นรักษาคุณภาพสินเชื่อ ควบคู่การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่าปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีปัจจัยกังวลหลายประการ ทั้งเรื่องของ การเลือกตั้งและระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณที่อาจล่าช้าออกไป
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ทั้งนโยบายของผู้นำประเทศมหาอำนาจและข้อพิพาทต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์สภาพอากาศที่ยากจะคาดเดา
อย่างไรก็ดีภายใต้สภาวะดังกล่าว ส่งผลให้ไม่เฉพาะทีทีบี แต่รวมถึงภาคธุรกิจและหน่วยงานต่าง ๆ ต้องระมัดระวังการลงทุนที่ไม่จำเป็น หรือ “เก็บคอ งอเข่า กำเงินสด และลดค่าใช้จ่าย” ขณะที่ภาคธนาคารเองจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์โดยหันไปเน้นการรักษาคุณภาพสินเชื่อมากกว่าการเติบโตอย่างหวือหวา
สินเชื่อบ้านชะลอต่อ รถยนต์ฟื้น บัตรเครดิตยังโต
สำหรับภาพรวมสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังเติบโตต่ำราว 1–2% ใกล้เคียงปีก่อน แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3–4 ของปีที่ผ่านมา แต่ยังต้องพึ่งพาสินเชื่อรีไฟแนนซ์เป็นหลัก ส่วนสินเชื่อรถยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นในปีนี้ จากยอดจองรถในงานเอ็กซ์โปช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ และคาดว่าจะเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่ราคารถยนต์เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังมาตรการสนับสนุน EV สิ้นสุดลง ขณะที่บัตรเครดิต การใช้จ่ายเติบโตเกือบ 8–9% และยอดสินเชื่อคงค้างยังเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม โดยคาดว่าปีนี้การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะยังขยายตัวในอัตราใกล้เคียงเดิม ขณะที่สินเชื่อบุคคลคาดว่าจะเติบโตประมาณ 5–6% สูงกว่าตลาดรวมซึ่งคาดว่าจะเติบโตเพียง 3–4%
หนี้เสียลดลง จากการช่วยเหลือลูกค้าเชิงรุก
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ผู้บริหารระบุว่า ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงจากปี 2567 โดยเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเชิงรุกของธนาคารที่เร่งปรับโครงสร้างหนี้ และสนับสนุนวินัยทางการเงินของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งช่วยชะลอการไหลเข้าสู่หนี้เสียได้อย่างมีนัยสำคัญ
รุกรายได้ค่าธรรมเนียม ชู “กองทุน–ประกัน” เป็นพระเอก
นายฐากูร กล่าวด้วยว่าในภาวะที่สินเชื่อโตจำกัด ธนาคารหันมาให้น้ำหนักกับรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น โดยตั้งเป้าการเติบโตราว 8–9% สินค้าหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อน ได้แก่ กองทุนรวม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และธุรกิจประกัน ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือความไม่สงบในบางพื้นที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของประกันมากขึ้น โดยเฉพาะประกันสุขภาพ ซึ่งมีอัตราการต่ออายุกรมธรรม์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าในระยะยาว
เจาะ Mass Affluence–รักษาฐานลูกค้าพรีเมียม
ในเชิงกลยุทธ์ ธนาคารเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Mass Affluence หรือกลุ่มที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1–5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35–40 ปี และกำลังอยู่ในช่วงสร้างตัว โดยมองว่าหากเข้าไปดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถต่อยอดความสัมพันธ์ในระยะยาวได้ ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมเดิม ซึ่งปัจจุบันรวมกันเกือบ 50,000 ราย โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้ายังคงรักษาสินทรัพย์ไว้กับธนาคาร และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าในกลุ่มนี้อีก 5,000-6,000 รายในปีนี้
นายฐากร กล่าวด้วยปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้ากว่า 7 ล้านราย ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และรูปแบบการใช้บริการของลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้น ทั้งลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งช่วยให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากขึ้น
โดยล่าสุดทีทีบี ได้นำดิจิทัลมาพัฒนาบริการและโซลูชันทางการเงินเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าพนักงานเงินเดือน คนมีรถ-มีบ้าน และลูกค้า Wealth ผ่าน Loyalty Program “ttb privilege ความสุข ที่คุณทัชได้” มอบสถานะสิทธิพิเศษตอบแทนลูกค้าราว 67ล้านรายผ่านแอป ttb touch ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการธนาคาร
“จากข้อมูลการวิจัยพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เชื่อว่าสิทธิพิเศษระดับพรีเมียมมีไว้สำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งหรือมียอดรวมสินทรัพย์อยู่กับธนาคารในระดับสูงเท่านั้น โดยทีทีบีคือธนาคารแรกที่ให้ลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ได้รับสิทธิพิเศษ ttb privilege ตามระดับสถานะ ผ่านโมบายแอปพลิเคชันของธนาคาร โดยไม่ได้จำกัดแค่ลูกค้าบางกลุ่ม”
นายฐากร กล่าวด้วยว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารสามารถสร้างชีวิตทางการเงินให้ลูกค้าดีขึ้นผ่านสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของ ttb privilege มูลค่ารวมกว่า 65 ล้านบาท และมีลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากสถานะ ttb privilege ไปแล้วกว่า 100,000 ราย อาทิ มอบรางวัลให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินชำระสินเชื่อตรงเวลาไปแล้วกว่า 50,000 ราย ช่วยลูกค้าประหยัดค่าธรรมเนียมบริการต่อภาษีรถยนต์มูลค่ารวม 1.5 ล้านบาท พร้อมมอบประกันฟรีให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 3,300 กรมธรรม์
นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าใช้คะแนน WOW มาแลกรางวัลที่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย อาทิ ใช้จ่ายสินเชื่อทีทีบี ค่าน้ำค่าไฟ เติมเงิน Easy Pass หรือแลกของรางวัลไปแล้วกว่า 30 ล้านคะแนน ขณะที่มีลูกค้าเข้ามาใช้งานแอป ttb touch เพิ่มขึ้นกว่า 800,000 ครั้ง / เดือน (เปรียบเทียบข้อมูลในกลุ่มลูกค้าที่กดแลกรับของรางวัลผ่าน ttb privilege ระหว่างเดือนพ.ค. – ก.ย. 2568
โดยดูค่าเฉลี่ยค่าการใช้งาน 3 เดือนก่อนและหลังแลกรับรางวัล) ขณะเดียวกันลูกค้าที่ถือผลิตภัณฑ์เพิ่มกว่า 400,000 ราย ส่งผลให้มียอดรวมสินทรัพย์กับธนาคารเพิ่มขึ้น 94,000 ล้านบาท และได้ฐานลูกค้า Wealth หรือกลุ่มที่มีความมั่งคั่งใหม่ ๆ ที่สมัครบัตรเครดิต ttb reserve เพิ่มขึ้นถึง 4,000 ใบ
ทั้งนี้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนน WOW เพื่อเลื่อนระดับสถานะ ttb privilege ให้สูงขึ้นได้ หรือเข้าถึงสถานะได้ง่าย ๆ แค่ถือครองผลิตภัณฑ์ของทีทีบีตามที่กำหนด ยิ่งสถานะสูงขึ้น ยิ่งเข้าถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้มากขึ้น