ส่งออก ปี68 ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล ทะลุ 11 ล้านล้านบาท โต 12.9 % สูงสุดรอบ 4 ปี

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน ธ.ค. 2568 มีมูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ที่ 16.8 % หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่16.6 % ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 29,280.4 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 18.8 % ขาดดุล 352.0 ล้านดอลลาร์

แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรอยู่ในภาวะหดตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก

สำหรับการส่งออกทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 12.9 % มูลค่า 339,635.0 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นเงินบาท มีมูลค่า 11,138,480 ล้านบาท ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 344,943.0 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12.9 % ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 5,307.9 ล้านดอลลาร์

“มูลค่าส่งออกปี2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งเงินดอลลาร์และเงินบาท ขณะที่อัตราการขยายตัวที่ 12.9 % ก็ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ” นายนันทพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้การส่งออกในดือนธ.ค.ที่ขยายตัว 16.8 % มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 2.8 %กลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 0.6 % หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 6.8 % กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า

โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์) สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องดื่ม และน้ำตาลทราย) ทั้งนี้ ภาพรวมทั้งปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 0.4 %

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 20.3 % ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขณะที่หดตัว อาทิ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ ภาพรวมทั้งปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.4 %

สำหรับตลาดส่งออกสําคัญ ขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง และการกลับมาขยายตัวของตลาดหลักและตลาดรองอื่น ๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ภาพรวม การส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

ตลาดหลัก ขยายตัว 19.2% โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ 54.3% สหภาพยุโรป (27) 17.2% และอาเซียน 13.1% ตลาดที่กลับมาขยายตัว ได้แก่ ตลาดจีน 4.4% และ ญี่ปุ่น 8.6% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 11.4% ตลาดรอง ขยายตัว 7.9% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 30.2% ตะวันออกกลาง 20.5% ทวีปแอฟริกา 13.1% และลาตินอเมริกา 18.6% ขณะที่หดตัวในตลาด เอเชียใต้ 14.3% รัสเชียและกลุ่มCIS 21.7% และสหราชอาณาจักร 12.8% ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 176%

นายนันทพงษ์กล่าวถึงการส่งออกในปี 2569 ว่าคาดว่าจะขยายตัวชะลอลง จากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ทั้งมาตรการเดิมและ มาตรการใหม่ที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทาง ภูมิรัฐศาสตร์ทีทวีความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิตและการค้าโลก ตลอดจนทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท

อย่างไรก็ตาม การส่งออกไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและ A ประเด็นด้าน ความมั่นคงทางอาหาร และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียกลาง ประกอบกับการใช้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลง FTA ฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ไนปีนี้ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงที่และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน