เครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯ พร้อมด้วย 3 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์-ชูนโยบายแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบ ร้านโชห่วย และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกว่า 6 แสนคนทั่วประเทศ

นายสุธี ชวชาติ ประธานภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ชาวไร่ยาสูบกว่า 25,000 ครอบครัว แรงงานในไร่ และผู้พึ่งพิงรวมกว่าแสนคนทั่วประเทศ กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก อุตสาหกรรมยาสูบสร้างรายได้จากภาษีสรรพสามิตเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกอีกกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี

แต่ชาวไร่กลับต้องเผชิญความเสี่ยงขาดทุน รายได้ลด หนี้สินพุ่ง เหตุจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ขณะเดียวกัน บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายก็ทะลักเข้าตลาด ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

นายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดเวลาการยาสูบฯ ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทั้งการห้ามโฆษณา การใช้โลโก้ และการแสดงตราสินค้าที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ในขณะที่บุหรี่เถื่อนกลับมีบรรจุภัณฑ์สวยงาม สีสันหลากหลาย มีกลิ่นรสให้เลือกมากมาย สะท้อนถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมระหว่างสินค้าถูกกฎหมาย กับสินค้าเถื่อน

“การยาสูบฯ ต้องรับภาระส่งเงินเข้าคลังสูงสุดถึง 93% ก่อนจะปรับเหลือ 88% การยาสูบฯ เหลือไว้เพียง 12% ของกำไรสุทธิ ที่เอาไว้บริหารต้นทุนทั้งหมดขององค์กร ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ และยังต้องดูแลต้นทุนการผลิตทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตอีก ยิ่งเอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายเติบโต สิ่งที่อยากฝากทุกภาคส่วนคือ ให้เปิดโอกาสให้การยาสูบฯ รับจ้างผลิตบุหรี่ภายใต้เงื่อนไขใช้ใบยาไทยในประเทศ พร้อมขยายสู่การผลิตสินค้ารูปแบบอื่น ๆ เพื่อสร้างทางรอดให้หน่วยงานรัฐ และเพิ่มรายได้เข้าประเทศในระยะยาว” นายสุเทพ กล่าว

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตถูกกฎหมายกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ กล่าวว่า บุหรี่เถื่อนเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ ที่กระทบต่อร้านโชห่วยในฐานะกลุ่มปลายน้ำ โดยปัจจุบันบุหรี่เถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นสัดส่วน 28% ของตลาด และยังมีบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการใช้เพิ่มขึ้นถึง 2,300% สินค้าเถื่อนเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสีเทา ส่งผลให้ร้านโชห่วยที่ทำธุรกิจสุจริตต้องสูญเสียรายได้อย่างต่อเนื่อง

ภาคีเครือข่ายยาสูบฯ ยังได้เสนอนโยบายบุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์ โดยอยากให้มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันการการกระทำผิดซ้ำ ยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทขนส่งเพื่อป้องกันการขายทางช่องทางออนไลน์ และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายศุลกากร โดยพรรคการเมืองที่ได้เข้าร่วมประชุม ต่างนำเสนอความเห็นและวิสัยทัศน์ พร้อมกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

ขณะที่นายโอภาส อาลมิสรี รองโฆษก พรรคเสรีรวมไทย เผยว่า ยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเดินหน้า แก้ไขกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า และนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้นมาอยู่ในระบบที่ถูกกฎหมาย จะทำให้รัฐสามารถกำกับดูแลได้จริง ทั้งเรื่องอายุผู้ซื้อ มาตรฐานสินค้า การจัดเก็บภาษี และการคุ้มครองเยาวชน การคงสถานะความผิดกฎหมายเอาไว้ อาจมีบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากระบบใต้ดินหรือไม่

ในขณะเดียวกัน เรื่อง บุหรี่เถื่อน พรรคมีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่คำพูด ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดย ตรึงแนวชายแดนให้เข้มงวดทุกจุด ทุกด่านต้องมีเครื่อง X-Ray และระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพราะวันนี้การตรวจตู้สินค้ายังทำได้เพียงบางส่วน เปิดช่องให้สินค้าผิดกฎหมายทะลักเข้าประเทศ

นอกจากการแก้ปัญหาเชิงกฎหมาย และการปราบปรามแล้ว พรรคยังมองไปข้างหน้าในมิติของ นวัตกรรม และการเพิ่มมูลค่า เราต้องไม่หยุดอยู่แค่การผลิตวัตถุดิบ แต่ต้องผลักดันการสร้าง Branding ของอุตสาหกรรมยาสูบไทยให้ไปไกลถึงระดับโลก รวมถึงการต่อยอดนิโคติน และใบยาสูบไทยสู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและประเทศอย่างยั่งยืน

ด้านพรรคประชาชน นายเดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต ให้มุมมองว่า พรรคประชาชนไม่ได้นิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร แนวทางสำคัญอันดับแรกคือ การขออนุญาตจากกรมสรรพสามิตควรเชื่อมโยงกับทะเบียนเกษตรกรโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิทธิ และสวัสดิการเข้าถึงอย่างเป็นธรรม โดยชาวไร่ยาสูบที่อยู่ในระบบ ต้องได้รับการดูแลไม่แตกต่างจากเกษตรกรกลุ่มอื่น

ในเรื่องโควตาการรับซื้อใบยาสูบ พรรคเห็นว่าต้องมีความชัดเจนระยะยาว เสนอให้กำหนดโควตาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตและรายได้ได้อย่างมั่นคง โดยการปรับเปลี่ยนพืชต้องเป็น ทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ เกษตรกรยังสามารถปลูกยาสูบ และทำสัญญาระยะยาวต่อไปได้

ส่วนการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนต้องทำอย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น 3 ระดับ หนึ่ง ระดับปลายทาง คือการจำหน่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พรรคเสนอให้มีแพลตฟอร์มกลางรับแจ้งสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท และมีแรงจูงใจเล็กน้อยเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม

สอง ระดับต้นทาง คือการลักลอบนำเข้า ต้องเพิ่มความเข้มงวดที่ด่านศุลกากร ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ให้ครบถ้วน รวมถึงใช้เทคโนโลยีชายแดนอัจฉริยะ เช่น กล้อง AI และโดรน เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และ สาม ระดับการสืบสวนทางการเงิน ต้องติดตามเส้นทางเงินอย่างจริงจัง เพื่อสาวไปถึงต้นตอของขบวนการ ไม่ใช่จับเฉพาะปลายเหตุ

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า พรรคเห็นว่าควรพิจารณาในระดับกฎหมาย การควบคุม และจัดเก็บภาษีอย่างเหมาะสม อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการปล่อยให้เป็นตลาดมืด ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในระบบ และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ในด้านนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่ายาสูบ พรรคมองว่าเป็นโอกาสในอนาคต ทั้งการผลิตสินค้ามูลค่าสูง เช่น ซิการ์ และการต่อยอดใบยาสูบไปสู่อุตสาหกรรมอื่น อาทิ สารไล่แมลง สารสกัดทางการแพทย์ หรือวัสดุชีวภาพ ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนวิจัย และการปรับกฎระเบียบให้สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างปลอดภัย

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือ บุหรี่เถื่อน และทุนสีเทา ซึ่งพรรคมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่ยอมรับ และควรยกระดับการปราบปรามเป็น วาระแห่งชาติ

ส่วนโครงสร้างภาษีบุหรี่ ชี้ว่าการปรับขึ้นภาษีในปี 2560 แม้ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดลง แต่กลับผลักตลาดจำนวนมากลงสู่ระบบใต้ดิน จึงจำเป็นต้องทบทวนและปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เพื่อสร้างความเป็นธรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงตลาดกลับเข้าสู่ระบบอย่างโปร่งใส ขณะเดียวกัน เห็นว่า งบประมาณของ สสส. มีจำนวนสูงเกินความจำเป็น และควรทบทวนการใช้งบอย่างจริงจังให้โปร่งใส คุ้มค่า และตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของสังคม

นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูล เห็นว่า อุตสาหกรรมยาสูบไทยยังสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน หากได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์นิโคตินทางเลือกประเภทอื่นใช้อย่างแพร่หลาย และหากสามารถพัฒนาจากใบยาสูบของไทยได้ ควรได้รับการพิจารณาสนับสนุนอย่างจริงจัง ไม่มุ่งเน้นเพียงภาพลักษณ์ หรือกระแสในระดับนานาชาติ แต่ควรคำนึงถึงความเป็นอยู่ของชาวไร่ยาสูบและผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด เพื่อให้สามารถดำรงอาชีพและอยู่ร่วมกับระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน