หอการค้า เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นการค้าชายแดนระยะสั้น อยู่ที่ระดับ 38.7 จากเหตุไม่สงบ ส่วนปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.56%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจการค้าชายแดนและผ่านแดน (FBI) ของไทย ปี 2569 ครั้งที่ 2 เป็นการสำรวจประเมินความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการการค้าชายแดนและข้ามแดน โดยการค้าชายแดน คิดเป็นสัดส่วน 10% ของการส่งออกไทยในภาพรวม และมีผลต่อการพยุงเศรษฐกิจของไทย ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหาชายแดนตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มีผลต่อการค้าชายแดนและข้ามแดน

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การสำรวจนี้พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นการค้าชายแดนและการค้าแดนของไทยในระยะสั้น อยู่ที่ระดับ 38.7 ระยะกลางอยู่ที่ 43.1 และระยะยาวอยู่ที่ 47.5 ซึ่งหากมองในระยะยาวถือว่าดัชนีความเชื่อมั่นดีขึ้น แต่ในระยะสั้นยังคงอยู่ระดับที่ยังได้รับผลกระทบ และประสบปัญหา

ปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ที่มีผลต่อการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนของไทยในปีนี้

ปัจจัยบวก เช่น ความต้องการสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น ภาครัฐมีแผนส่งเสริมผู้ประกอบการชายแดน นโยบายความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ระบบการทำธุรกรรมทางการเงินที่สะดวก ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ระบบด่านศุลกากรพัฒนาเป็นระบบเทคโนโลยีมากขึ้น เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มฟื้นตัว และการยกระดับจุดผ่านแดนให้เป็นด่านถาวร

ปัจจัยลบ เช่น สถานการณ์ความไม่สงบและความมั่นคงตามแนวชายแดน ต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น กฎระเบียบด่านเข้มงวด การแข่งขันสินค้าราคาต่ำในตลาดเพื่อนบ้าน สถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติ ปัญหาคอรัปชั่น การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย อุปสรรคด้านขนส่งจากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย ความผันผวนของสกุลเงินเพื่อนบ้าน การแพร่ระบาดของเชื้อโรค และความล่าช้าที่มาจากพิธีการศุลกากร

นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจผลกระทบจากความไม่สงบและความมั่นคงตามแนวชายแดน 71.5% มีผลกระทบมากมีเพียง 9.5% ที่กระทบน้อยส่วนปัญหาผลกระทบภัยพิบัติทางธรรมชาติและสภาพพูมิอากาศแปรปรวน 40.9 มีผลกระทบมากและ 2.5% ไม่มีผลเลย

อีกทั้ง ปัจจุบันมีการใช้สิทธิ์ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ มากน้อยเพียงใด 64.5% ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นและ 7.2% ใช้สิทธิประโยชน์น้อย

ส่วนความเป็นห่วงด้านการค้าชายแดนและข้ามแดนจากผลสำรวจส่วนใหญ่ ยังให้ความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการค้าและการขนส่ง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการค้าการลงทุน ความสัมพันธ์และนโยบายระหว่างประเทศ และปัญหาระบบและธรรมาภิบาลของภาครัฐโดยเฉพาะเรื่องของคอรัปชั่น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ คือ การลดอุปสรรคทางการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศ การปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการของภาครัฐ การพัฒนาระบบการชำระเงินชายแดน และลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรและการมีธรรมาภิบาลและเสถียรภาพพื้นที่ชายแดน ขณะที่การคาดการณ์แนวโน้มการค้าชายแดนและและข้ามแดนในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.56% ส่วนการนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 9 แสนล้านบาทขยายตัว 4.57%

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานกรรมการค้าชายแดน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบการค้าชายแดนและข้ามแดนจะเห็นยังคงต้องติดตาม เนื่องจากว่ายังมีผลกระทบ ยังเชื่อว่าในระยะยาวคาดว่าการค้าชายแดนและข้ามแดนจะกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ในระยะสั้นยังคงส่งผลผลกระทบ แต่ในภาพรวมการค้าข้ามแดจะมีการขยายตัวมากกว่าการค้าชายแดนมากขึ้น ส่วนมูลค่าการค้า เชื่อว่ามีโอกาสสูงถึง 2 ล้านล้านบาท เพราะคู่ค้าทั้งชายแดนและข้ามแดนยังคงให้ความเชื่อมั่นในตัวของสินค้าไทย

ส่วนผลกระทบจากปัญหาชายแดนจะมีผลต่อผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน จะมีผลอย่างไรในประเด็นนี้ยังคงต้องติดตามเนื่องจากว่าผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนล้วนแล้วไปลงทุนเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกการที่จะพิจารณาอยู่ต่อหรือย้ายฐานการผลิตยังคงต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบ คงไม่สามารถที่จะโยกย้ายหรือเคลื่อนย้ายได้ในทันที แต่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยอาจจะต้องเข้ามาพิจารณาในการดึงซัพพลายเชน นักลงทุนเอกชนไทยเข้ามาลงทุนในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่าเราจะมีการส่งเสริมในเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน