เสนาชี้ตลาดยังมีทั้งคนไทยและต่างชาติ อยากมีบ้านแต่ติดปัญหาสินเชื่อ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์โครงการ LivNex-RentNex ควบคู่เป้าหมาย ผู้นำบ้านเข้าถึงง่าย,บ้านรักษ์โลก และ ผู้นำที่ทำให้คนเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายและได้บ้านแน่ๆ
อสังหาฯ เต็มไปด้วยความท้าทาย
นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยถึงเวลาแล้วที่ภาคธุรกิจควรมองให้ลึกกว่าการเติบโตเชิงตัวเลข หรือการขยายโครงการและขยายพอร์ตสินค้า หรือการเพิ่มผลกำไรเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ดีธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งในหลายประเทศที่อยู่อาศัยถือเป็นนโยบายสาธารณะ ที่รัฐบาลในหลายประเทศมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แม้นโยบายบางอย่างอาจไม่เห็นผลชัดเจนในมุมของประชาชน เช่นโครงการของการเคหะแห่งชาติ เป็นต้น ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะสามารถเสริมบทบาทภาครัฐเพื่อช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากที่สุดได้อย่างไร
เสนาฯ มุ่งตลาดราคาเข้าถึงง่าย
โดยเสนาฯ มุ่งทำตลาดในกลุ่มราคาที่เข้าถึงง่าย (Affordable Market) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความท้าทายสูง แต่ปัญหาของกลุ่มนี้รุนแรงขึ้นทุกปี ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนจากข้อมูลตลาดที่พบว่า ปีนี้การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศอยู่ที่ราว 40,000 ยูนิต จากเดิมในปีที่ตลาดดีเคยสูงถึง 100,000 ยูนิต หรือหดตัวลงกว่า 60%
“ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคนไม่ต้องการมีบ้าน หรือหันไปพึ่งที่อยู่อาศัยของรัฐ แต่สะท้อนความจริงว่า ประชาชนจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงบ้านได้ แม้ความต้องการยังคงมีอยู่ใกล้เคียงเดิม”
นางเกษรา กล่าวและว่าด้วยเหตุนี้ เสนาจึงตั้งเป้าหมายที่จะอยู่ในตลาดเดิม และพยายามแก้ปัญหากลุ่มที่หลุดออกจากระบบ โดยหวังว่าจะสามารถค่อย ๆ ดึงจำนวนผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยจาก 60,000 ราย ให้ลดลงเหลือ 10,000–20,000 รายในอนาคต แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาหายไปโดยไม่มีการแก้ไข
ทิศทางธุรกิจปี 69
ทำให้ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2569 มุ่ง 3 ด้าน คือ1.ผู้นำโครงการที่อยู่อาศัยเข้าถึงง่าย โดยครองส่วนแบ่งตลาดคอนโดราคาต่ำ 1 ล้านบาท – 1 ล้านต้นๆ พร้อมเป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มากที่สุด ภายใต้แบรนด์ เสนา คิทท์ และ โคซี่ 2.ผู้นำบ้านประหยัดพลังงาน และบัานรักษ์โลก 3.ผู้นำด้านผู้ประกอบการที่ทำให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายๆ และได้บ้านแน่ๆ
“ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัย เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้จะมีรายได้และสามารถจ่ายค่าเช่าได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้หลายคนต้องติดอยู่ในวงจรของการเช่า โดยไม่มีเส้นทางชัดเจนไปสู่การเป็นเจ้าของบ้าน”
จ่ายค่าเช่าบ้านอย่างเดียวเสี่ยงไร้ที่อยู่อาศัย
นางเกษรา กล่าวและว่าการจ่ายค่าเช่าอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้คนได้บ้านในวันข้างหน้า ดังนั้นแนวคิดของเสนาคือการนำเงินค่าเช่าที่ผู้บริโภคต้องจ่ายอยู่แล้ว มาออกแบบเป็นกลไกใหม่ เพื่อสร้างทิศทางและโอกาสในการถือครองที่อยู่อาศัยในอนาคต
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Rent to Own และ Next Series เพื่อเป็น บันไดให้ผู้ที่ยังไม่สามารถซื้อบ้านได้ในวันนี้ สามารถค่อย ๆ เดินไปสู่การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะเวลา 1–4 ปี ด้วยการยืนอยู่ข้างลูกค้าและช่วยเสริมพลัง ให้มีทิศทางทางการเงินที่ชัดเจน โดยเปลี่ยนเงินที่เคยเป็นค่าเช่าสูญเปล่า ให้กลายเป็นทุนในการเป็นเจ้าของบ้านจริง
โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินโครงการเช่าซื้อในลักษณะดังกล่าวไปแล้วเกือบ 1,000 ยูนิต และมีแผนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า สามารถบริหารการจ่ายเงิน แนะนำการซื้อ และต่อยอดโอกาสในการถือครองทรัพย์สินได้ง่ายขึ้น
ในขณะเดียวกันบริษัทก็ไม่ละทิ้งการสร้างความมั่นคงของบริษัท ผ่านการกระจายธุรกิจ ซึ่งเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมาผ่าน
ธุรกิจในกลุ่มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจพลังงานจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยผ่านบริษัทย่อย โดยเฉพาะธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน ซึ่งปีนี้มีโครงการภายใต้การดูแลเพิ่มเป็น 140 โครงการ จากปีก่อนที่อยู่ราว 120 โครงการ
จ่อทำ Rent to Own ลูกค้าต่างชาติ
ในด้านตลาดลูกค้าต่างชาติ นางเกษรา ยอมรับว่าชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากข้อจำกัดด้านสินเชื่อและกฎเกณฑ์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง Rent to Own สำหรับลูกค้าต่างชาติ เพื่อขยายแนวคิดบ้านที่เข้าถึงง่ายให้ครอบคลุมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ขณะเดียวกัน ธุรกิจด้านพลังงานสะอาดยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของบริษัท โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการช่วยอำนวยความสะดวกด้านสินเชื่อสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสีเขียวได้ง่ายขึ้น
ปีนี้เปิด 8 โครงการ
ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจ ปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 8 โครงการ มูลค่ารวม 10,700 ล้านบาท กระจายทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังคงเน้นกลุ่มราคาเข้าถึงง่าย โดย 7 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม และ 1 โครงการบ้านแนวราบ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 14,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอน 9,300 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 12,000 ตันคาร์บอนเทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1.2 ล้านต้น และวางเป้าหมายระยะยาวสู่ Net Zero ในปี 2050 โดยให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนทั้งใน Scope 1, 2 และ 3 อย่างจริงจัง
นางเกษรา ยังกล่าวย้ำด้วยว่า
สำหรับเสนา ธีมหลักในการสื่อสารปีนี้คือคำว่า “ซื้อบ้านง่าย” ไม่ใช่เพราะกระบวนการง่ายขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เพราะบ้านมีราคาที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายระยะยาวต่ำ และที่สำคัญคือทำให้ผู้บริโภคสามารถก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้จริง แม้ยังไม่พร้อมในวันนี้
“เราอยากให้คนจดจำว่า เสนา คือผู้นำด้านบ้านที่ซื้อได้ง่าย ราคาเหมาะสม คุ้มค่า และเป็นผู้นำในการทำให้คนเป็นเจ้าของบ้านได้จริง” นางเกษรากล่าวทิ้งท้าย