ธ.ก.ส. แจงมีมาตรการดูแลลูกหนี้อยู่แล้ว ตามยุทธศาสตร์ มองการยกหนี้ต้องเฉพาะรายที่เดือดร้อนจริง พิจารณาจากทั้งข้อกฎหมาย และเงื่อนไขหลักประกัน
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองเสนอแนวคิดยกหนี้เกษตรกรว่า แนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหานั้น ธ.ก.ส. มีกรอบดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้เครื่องมือปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละกลุ่มเป็นหลัก และมีมาตรการเฉพาะสำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริง
ทั้งนี้ การปลดหนี้ให้เกษตรกรที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดูแลลูกหนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ต้องพิจารณาหลายมิติ โดยเฉพาะข้อกฎหมาย และเงื่อนไขหลักประกัน หากลูกหนี้ยังมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะไม่สามารถยกหนี้ได้ทันที จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน
“หากทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำประกันอยู่ในวัยสูงอายุ และมีฐานะทางการเงินไม่พร้อมทั้งคู่ ธนาคารจะให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปลดภาระหนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย โดยจะให้หน่วยงานในพื้นที่ลงไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าเกณฑ์อย่างละเอียดต่อไป” นายไพศาล กล่าว
สำหรับตั้ง AMC ของ ธ.ก.ส. ดูแลกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยอาจเข้าสู่กระบวนการ “ตัดหนี้เป็นศูนย์” ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายละเอียดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธ.ก.ส.ปีนี้ เดิมตั้งไว้ประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่จากภาวะเศรษฐกิจภาคเกษตรที่ไม่เติบโต รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วม และสถานการณ์ชายแดน ทำให้บอร์ดปรับลดเป้าหมายลงเหลือประมาณ 47,000 ล้านบาท โดยคาดว่าไตรมาสสุดท้ายจะเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น
ขณะที่หนี้เสีย (NPLs) อยู่ในระดับ 5% ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 6% โดยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้