บอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบ ให้ฝ่ายบริหารรวบรวมข้อมูล หารือสำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย การบอกเลิกสัญญาอิตาเลียนไทย
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงการพิจารณาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD อย่างเป็นทางการ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท.ได้รับทราบผลการสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ตามสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และมีมติเห็นชอบให้ฝ่ายบริหารรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อหารือสำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา
นายอนันต์ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนของ รฟท.ได้สรุปผลเบื้องต้นแล้ว พบว่า ผู้รับจ้างเอกชนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยเฉพาะการไม่จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย (Look Out Man) ในพื้นที่ก่อสร้างใกล้แนวทางรถไฟ ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้รับจ้างในการป้องกันอันตรายจากการเดินรถไฟ และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่สามารถนำมาพิจารณาประกอบการบอกเลิกสัญญาได้
นอกจากนี้ ในประเด็นด้านอุปกรณ์ และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ผลการสอบสวนยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ค้ำยัน (support) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกของพนักงานสอบสวน ร่วมกับสภาวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นทางการ
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า กระบวนการสอบสวนทางคดีอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง รฟท.ได้ส่งมอบเอกสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้ว ขณะที่การบริหารสัญญาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ รฟท.ต้องดำเนินการควบคู่กันไป แต่เป็นคนละกระบวนการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ รฟท.ได้มีการรายงานถึงต่อคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของรฟท. มีความเห็นว่า การบอกเลิกสัญญาเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เนื่องจากเป็นสัญญาทางปกครอง และต้องพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา 103 ซึ่งกำหนดให้การบอกเลิกสัญญาต้องคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ หรือประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ รฟท.จึงเตรียมนำข้อมูลทั้งหมดไปหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความเห็น และแนวทางที่ชัดเจน ก่อนแจ้งผลการบอกเลิกสัญญาแก่ผู้รับจ้าง รฟท.ประเมินว่าจะสามารถทำเรื่องไปหารืออัยการสูงสุดได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยรายละเอียดการหารือ เป็นประเด็นหากมีการบอกเลิกสัญญาเอกชนรายนี้ จะสามารถกลับเข้ามาร่วมประมูลงานภาครัฐได้ หรือไม่ ก่อนเสนอกลับมาที่บอร์ดรฟท.พิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องยกเลิกสัญญา และจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ จะต้องเริ่มกระบวนการประกวดราคาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 14 เดือน เพื่อดำเนินงานที่เหลืออยู่ราว 5% ให้แล้วเสร็จ แต่หากมีการฟ้องร้องอาจจะทำให้กระบวนนี้ล่าช้าออกไป