อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินจีดีพีปีนี้โต 1.4% ชี้เลือกตั้งกำหนดชะตาเศรษฐกิจไทยทั้งปี หวังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ราบรื่น หนุนปรับตัวดีขึ้นครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 69
วันที่ 30 มกราคม 2569 นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 1.4% ลดลงจากปี 2568 เนื่องจากยังคงเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง และการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้า
แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐและการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ในส่วนของการเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ
“หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ราบรื่นและคณะรัฐมนตรีใหม่สามารถอนุมัติผ่านงบประมาณปี 2570 ภายในไตรมาส 2 ก่อนจะนำเข้าสู่สภาฯ จะทำให้การบังคับใช้งบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้ามากนัก ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคการเมืองต่างๆ หากทำได้จริงอาจทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากกรณีฐานประมาณ 0.12-0.50%“
ในขณะที่เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มเป็นลักษณะ Year of Two Halves โดยชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกจากผลของสงครามการค้าและความล่าช้าของนโยบาย ก่อนฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ขณะเดียวกัน การรวมกลุ่มของประเทศฝั่ง Global South โดยเฉพาะกลุ่ม BRIC จะมีบทบาทมากขึ้น ท่ามกลางการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจอย่างแพร่หลาย รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจากโอกาสเกิดลานีญา ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก
นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Research Department กล่าวว่า การลงทุนในปี 2569 ต้องคัดสรรและกระจายตัวมากขึ้น จากความเสี่ยงการลงทุนที่เกิดจาก Valuation สูงขึ้นมากในหลายตลาด อาจนำไปสู่การปรับตัวลดลงหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สงครามการค้าที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้นจากบุคลิกของ ประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดเดาได้ยาก ทำให้ตลาดการเงินผันผวน เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจีน-ญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งของสหรัฐฯ กับจีน และยุโรป
“การลงทุนในปี 2569 ที่คาดจะยังให้ผลตอบแทนที่ดี จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตได้ แม้จะชะลอตัวลงบ้างแต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แรงส่งจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐยังเป็นบวกต่อมาในช่วงต้นปี แต่มีความผันผวนของตลาดสูงขึ้น โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงกลางปีที่ความกังวลเงินเฟ้ออาจเพิ่มกลับขึ้นมา”
นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย แนะนำคัดเลือกหุ้นตามธีมการลงทุน โดยเน้นหุ้นปันผลคุณภาพเพื่อสร้างกระแสเงินสด เช่น AP และ KTB ขณะที่หุ้นเติบโตที่กำไรเริ่มฟื้นตัวเหมาะกับการลงทุนเชิงรุก เช่น MTC และ TRUE ส่วนหุ้นฟื้นตัวและหุ้นที่มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานยังน่าสนใจในกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร และค้าปลีก เช่น CENTEL, TU, CPALL และ OR เป็นต้น
ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศ แนะนำเน้นการลงทุนแบบ Selective โดยให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีคุณภาพและกำไรเติบโตชัดเจน โดยตลาดสหรัฐฯ ยังเด่นในกลุ่มเทคโนโลยีแพลตฟอร์มและสุขภาพ เช่น Amazon, Google, Meta และ Eli Lilly ขณะที่ยุโรปน่าสนใจในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมและพลังงานสะอาด เช่น LVMH และ Orsted ส่วนจีนเน้นหุ้นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐ อาทิ Tencent และ CATL