การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบด้วยแผนพลังงานที่หลากหลาย ภายใต้งบลงทุนที่วางไว้ 2 แสนล้านบาทใน 5 ปี (2568-2572)

โดยมีเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) และพลังงานไฮโดรเจน เป็นความหวังใหม่ที่กำลังเร่งศึกษา เพื่อเสริมความมั่นคงและสร้างความยั่งยืนตามเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นในปี 2050

จึงได้นำสื่อมวลชนไปร่วมอัพเดตเทรนด์นวัตกรรมพลังงานสะอาด ศึกษาความก้าวหน้าของเทคโนโลยี SMR และพลังงานไฮโดรเจน ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้

net zero

ศูนย์วิจัยกลาง KHNP

 

นำโดยนายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. พร้อมคณะผู้บริหาร ซึ่งได้ศึกษาดูงานเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) ที่ศูนย์วิจัยกลาง (Central Research Institute : CRI) ของบริษัท Korea Hydro & Nuclear Power Co., Ltd. (KHNP)

net Zero

วฤต รัตนชื่น
รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ.

พร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของ KEPCO Nuclear Fuel (KNF) และโรงงานผลิตเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนของบริษัท Doosan Enerbility Co., Ltd. รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับพันธมิตรด้านพลังงาน

นายวฤตเผยว่า “ในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ กฟผ.มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดและยั่งยืน ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2024)

net zero

รับฟังขั้นตอนของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

 

โดยที่ผ่านมา กฟผ. เดินหน้าหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ สอดรับกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน

และการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) รวมถึงเทคโนโลยี SMR เพื่อสนับสนุนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

สำหรับร่างแผน PDP 2024 กำหนดให้มีโรงไฟฟ้า SMR จำนวน 2 โรง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 ทั้งนี้ กฟผ. ติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยี SMR จากนานาประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

Doosan

ผู้บริหารของ Doosan อธิบายภาพรวม

 

โดยการมาบริษัท KHNP ที่เกาหลีใต้ เพื่อศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคนิค รวมถึงการพัฒนาบุคลากร สำหรับรองรับโครงการ SMR ของประเทศไทย ด้วย KHNP ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนิวเคลียร์ของโลก มีประสบการณ์กว่า 50 ปี และมีศูนย์วิจัยกลาง CRI ณ เมืองแทจอน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการวิจัยเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่ รวมถึงระบบความปลอดภัย

และล่าสุดได้พัฒนาเทคโนโลยี i-SMR ที่ใช้น้ำเป็นตัวหล่อเย็น ติดตั้งแบบฝังใต้ดิน พร้อมระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety สามารถหยุดการทำงานอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหรือบุคลากรควบคุม

ภายในศูนย์ยังจัดแสดงแนวคิด Smart City ผสานพลังงานจาก i-SMR พลังงานหมุนเวียน และไฮโดรเจน เพื่อพัฒนาเมืองแทกูสู่ “Smart Net-Zero City” โดยมีศูนย์ควบคุมที่ใช้ AI และเทคโนโลยี ICT ในการบริหารจัดการระบบพลังงานแบบครบวงจร

SMR

กลไกสำคัญของเทคโนโลยี SMR

สำหรับโรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ของบริษัท KNF ที่คณะได้เยี่ยมชม เป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์รายใหญ่ โดยเกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ท็อป 5 ประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากที่สุด จำนวน 26 โรง คิดเป็น 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทั้งหมดจัดหาโดย KNF

และ KNF ผู้ผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์รายเดียวของประเทศที่สามารถผลิตเชื้อเพลิงทั้งสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ชนิด Light Water (LWR) และ Heavy Water (HWR) ผ่านมาตรฐาน ISO 19443 : 2018 เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับสากล

KNF

โรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของ KNF

โดยในแผนพลังงานแห่งชาติฉบับที่ 11 มีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงการ SMR ขนาด 680 MWe ผ่านเทคโนโลยี “i-SMR (Innovative Small Modular Reactor)” จำนวน 4 โมดูล พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทและสถาบันวิจัยชั้นนำของเกาหลีใต้ (เช่น KHNP, KAERI, KEPCO E&C) ภายใต้ i-SMR Consortium ตั้งเป้าก่อสร้างแห่งแรกและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2035

 

นอกจากนี้ กฟผ.ยังให้ความสำคัญกับพลังงานไฮโดรเจน โดยได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนของบริษัท Doosan Enerbility Co., Ltd. ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบไฮโดรเจนก้าวหน้าที่สุด ภายใต้นโยบาย

Hydrogen

โรงงานผลิตเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

 

Economy Roadmap ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การกักเก็บ ไปจนถึงระบบสถานีบริการและการใช้ในภาคพลังงาน

hidrogen

หนึ่งในกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน

 

โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์จำนวนมาก เช่น โครงการ Shinincheon Bitdream โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิต 78.96 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ Doosan ทั้งหมด

“การมาศึกษาดูงานเทคโนโลยี SMR และไฮโดรเจน ที่เกาหลีใต้ เพราะอยากให้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะ SMR จะเห็นได้ว่า เกาหลีใต้ได้ขยายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และได้ปรับให้มีขนาดเล็กลงเป็นโรงไฟฟ้า SMR เพื่อให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น มีเป้าหมายนำไปใช้ในพื้นที่ในเมืองตามอาคารต่างๆ

และประเทศไทยจำเป็นต้องดู Value Chain หรือ กระบวนการทั้งหมด เพื่อนำมาปรับใช้ได้แบบยั่งยืน เพราะถ้าตัดสินใจไปต่อสำหรับโรงไฟฟ้า SMR เราจำเป็นต้องยืนด้วยขาตนเอง โดยประเทศไทยมีแนวคิดจะสร้างต้นแบบโรงไฟฟ้า SMR ตามแผน PDP2024 เพื่อจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศ และนิคมอุตสาหกรรม เพื่อจะไปสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมายในปี 2050” นายวฤตกล่าว

นายวฤตกล่าวต่อว่า ขณะนี้กฟผ.ได้สร้างบุคลากร และมีความพร้อมด้านกฎหมายนิวเคลียร์ที่เร่งจะออกมา ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับสาธารณชน ซึ่งภาครัฐจะต้องเร่งตัดสินใจเลือกลงทุนโรงไฟฟ้า SMR ภายใน 1-2 ปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR จะต้องใช้เวลา 12-13 ปีถึงจะแล้วเสร็จเปิดเดินเครื่องได้

hydrogen

ขั้นตอนต่างๆ ในการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน

สำหรับกฟผ.เอง ยังไม่ได้เลือกเทคโนโลยีของประเทศใด แต่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนโรงไฟฟ้า SMR ที่กำหนดไว้ จำนวน 2 โรง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 ซึ่งจะต้องร่วมมือบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้โรงไฟฟ้า SMR เกิดขึ้นแบบครบวงจรในรูปแบบเดียวกับเกาหลีใต้

โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร การบริหารจัดการเทคโนโลยี การถ่ายทอดความรู้ทางเทคนิค การออกแบบเทคโนโลยี การผลิตเชื้อเพลิง การซ่อมบำรุง และการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศในอนาคต

ดังนั้น หากประเทศไทยต้องเดินหน้า Net Zero ปี 2050 โดยไม่มี SMR เป็นทางเลือก ต้นทุนค่าไฟฟ้าจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่พลังงานไฮโดรเจน ปัจจุบันต้นทุนยังสูง

smr

คณะผู้บริหารและสื่อมวลชน

ดังนั้นหาก SMR เป็นหนึ่งในทางออกของไทย ที่จะผลักดันความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero ภายในปี 2050 เพราะต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานและเชื้อเพลิงนำเข้าในสัดส่วนสูง

ฉะนั้น SMR จึงไม่ใช่ที่จะเรื่องเลือกหรือไม่เลือก แต่เป็นเรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ปัทมา ทองสิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน