หอการค้า คาด วาเลนไทน์ คึกคักรับเลือกตั้ง เงินสะพัด 2.9พันล้าน สูงสุดในรอบ6ปี เหตุคนไทยหวังเศรษฐกิจจะดีหลังเลือกตั้งจึงกล้าใช้จ่าย ประกอบการเป็นวันหยุดยาว

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติ พฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ปี2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,280 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26- 31 ม.ค. 2569พบว่า คนส่วนใหญ่ 35.3% ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ระดับปานกลาง ,21.1 % สำคัญมาก ,17.4% สำคัญน้อย, 12.2% ไม่สำคัญเลย ,8.9% สำคัญน้อยมาก และ5.1 %สำคัญอย่างมาก โดยคนเจนZให้ความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือเจนY เจนXและเจนBB

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกต่อบรรยากาศในช่วงวันวาเลนไทน์พบว่า ส่วนใหญ่ 69.1%ตอบว่า มีความสุข ,20.6% เกิดความคาดหวัง ,7.8%เครียดและกดดัน , 2.0%วิตกกังวลและ0.5%อื่นๆ ส่วนที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงวันวาเลนไทน์ 70.1% นำมาจากค่าขนม, 26.1% เงินออม , 1.8% ผู้ปกครอง ,1.4 %เงินช่วยเหลือรัฐและ0.6%โบนัส

สำหรับธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ในช่วงวันวำเลนไทน์ 5 อันดับแรกได้แก่ โรงแรมที่พัก รองลงมาคือร้านของขวัญและดอกไม้ ,ร้านอาหารและค่าเฟ่ ,ช้อคโกแลต-ขนม และ บริการส่งของขวัญ โดยคนส่วนใหญ่ 51.5% ตอบว่าปีนี้ไม่มีแผนที่จะฉลองหรือทำกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ แต่48.5%มีแผนฉลอง โดยสถานที่นิยมไปฉลองมากที่สุด คือร้านอาหารหรือล่องเรือนทางอาหาร รองลงมาคือ บ้านตัวเอง ,ห้างสรรพสินค้า ค่าเฟ่ และบ้านคนรัก เป็นต้น

ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ปีนี้เทียบกับปีก่อน ในด้านของปริมาณ คนส่วนใหญ่50.6% ใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง ,26.8% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยมีอัตราสูงกว่า คนที่ตอบว่า ใช้จ่ายลดลงซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 22.6 % เหตุผลที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะสินค้าแพง, เป็นช่วงวันหยุดยาว ,มีสถานที่จัดเลี้ยงมากขึ้น ส่วนคนที่ใช้จ่ายลดลง เป็นเพราะสินค้าแพง มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น

เมื่อสอบถามถึงความคึกคักคนส่วนใหญ่ 51.7% บอกว่าคึกคักเหมือนเดิม ,33.1 %บอกคึกคักมากขึ้น โดยมีอัตราสูงสุด คนที่ตอบว่า คึกคักน้อยลง ซึ่งมีอัตราที่ 15.2% โดย คนที่ตอบว่าคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นมาก , คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น, ตรงกับวันหยุดยาว คาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์ฯ กล่าวว่าจากผลการสำรวจจะเห็นว่าผู้ตอบมีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลจะมีการออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจและยังเป็นช่วงหยุดยาว ทำให้บรรยากาศวันวาเลนไทน์ปีนี้จะคึกคักรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ราว 2,407 บาท มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้มีมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ รวมทั้งสิ้น 2,899 ล้านบาท มูลค่าสูงสุดในรอบ6ปี โดยใช้จ่ายสูงขึ้นจากปีก่อนมาก7.4% แสดงให้เห็นว่าคนยังคงมีการจับจ่ายใช้สอย

“เราคาดว่าเม็ดเงินเลือกตั้งจะสะพัดเพิ่มขึ้นอีก1หมื่นล้าน รวม เป็น 4-6 หมื่นล้าน เพราะการแข่งขันรุนแรงมาก ซึ่งเม็ดเงินนี้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกให้เติบโตได้ ไม่ทรุดตัวมาก ประกอบกับยอดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาเป็นสัปดาห์ละ1แสนคน ครั้งแรกในรอบ15สัปดาห์ หากรัฐบาลเร่งตั้งรัฐบาลและครม.ภายใน1เดือน เร่งเครื่องการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายงบประมาณ เชื่อว่าในไตรมาส3ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มโงหัวขึ้นได้”

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ทางศูนย์ฯยังได้สำรวจความเห็นผู้ตอบแบบสอบถามประเด็นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยสอบถามว่าคดหวังอะไรมากที่สุดจากรัฐบาลชุดใหม่ คนส่วนใหญ่ 36.4 ตอบว่า อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ ควบคุมราคาสินค้า รองลงมาคือ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ประชาชน,ปฏิรูประบบราชการ ลดทุจริต ,เพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุ ,สร้างงานและสร้างอาชีพ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน