วันที่ 26 เม.ย. นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ทางสนพ.เตรียมเชิญผู้ค้าน้ำมันหารือเกี่ยวกับ สภาวการณ์แข่งขันในธุรกิจขายปลีกน้ำมันโดยเฉพาะประเด็นการแจ้งข่าวล่วงหน้า ในการปรับเพิ่มหรือลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหรือการมีข้อสังเกตว่ากรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ปรับราคาในอัตราที่เท่ากันในเวลาเดียวกันอาจเข้าข่ายการกระทำผิดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายการส่งเสริมการแข่งขัน รวมทั้งอาจไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560

“กระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันทุกรายที่จะไม่ให้ข่าวผ่านสื่อช่องต่างๆ ก่อนที่จะมีการปรับราคา รวมทั้งขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ในการติดตามตรวจสอบและป้องปรามการกระทำลักษณะนี้ เพื่อให้กลไกในธุรกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงสะท้อนภาวการณ์แข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด”นายทวารัฐ กล่าวว่า

ด้านนางอุษา ผ่องลักษณา รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมี.ค.2561 ว่ายอดการใช้น้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ(ปั๊ม) อยู่ที่ 68.914 ล้านลิตรต่อวัน ถือเป็นสถิติการใช้น้ำมันดีเซลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจไทยที่เติบโตตามการส่งออก และการท่องเที่ยว ส่งผลให้การใช้น้ำมันภาพรวมไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค.2561) กลุ่มเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น

โดยการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินไตรมาส 1/2561 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.7% เฉลี่ยอยู่ที่ 30.8 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันดีเซล(บี7) ไม่รวมน้ำมันดีเซลพื้นฐานเพิ่มขึ้น 3.9% อยู่ที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน การใช้แอลพีจีเพิ่มขึ้น 9.5% อยู่ที่ 17.8 ล้านกิโลกรัม (กก.)ต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้ทุกภาคยกเว้นภาคขนส่งที่มีปริมาณการใช้ลดลง 10.8% อยู่ที่ 3.4 ล้านกก.ต่อวัน การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ลดลง 8.3% อยู่ที่ 6.5 ล้านกก.ต่อวัน เนื่องจากรถยนต์เริ่มหันไปใช้น้ำมันที่ราคาถูกช่วงที่ผ่านมาแทน

ในส่วนของสถานีบริการไตรมาส 1/2561 ในเขตกรุงเทพมหานครมีปั๊มทุกประเภทรวมกัน 900 แห่ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมี 889 แห่ง โดยเป็นการขอเปิดเพิ่มขึ้น 20 แห่งในพื้นที่ชั้นนอก และเป็นการขอปิด 18 แห่งในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพ ส่วนปั๊มแอลพีจีลดลง 11 แห่ง อยู่ที่ 2,082 แห่ง ปั๊มเอ็นจีวีลดลง 1 แห่ง อยู่ที่ 461 แห่ง

“จะเห็นว่าขณะนี้สถานการณ์ปั๊มน้ำมันและแอลพีจีในพื้นที่เมืองชั้นในโดยเฉพาะกรุงเทพมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการปิดปั๊มและนำพื้นที่ขายให้โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม เพราะได้ราคาสูงจูงใจ ซึ่งได้มีการหารือกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ถึงแนวทางการติดตั้งปั๊มในคอนมิเนียมแล้ว แต่ทางผู้ค้ายังไม่พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการ เพราะมีระเบียบต่างๆ ที่ต้องรอความชัดเจน ผู้ค้าจึงเน้นขยายปั๊มไปยังพื้นที่ชั้นนอกแทน เพราะยังพอหาพื้นที่เช่าหรือซื้อได้”นางอุษา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน