ข่าวจับบุหรี่เถื่อนยังปรากฏบนหน้าสื่อเป็นระยะ ภาพซองบุหรี่กองพะเนิน พาหนะหลากชนิดที่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกลางด่าน และแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่รัฐ กลายเป็นภาพฉายซ้ำที่คนไทยเห็นจนชินตา
อีกด้านหนึ่งของความจริงที่เราเห็นในทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ บุหรี่หนีภาษีราคาถูกหาซื้อได้ง่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ในชุมชน จนถึงเครือข่ายใต้ดินที่รู้กันเฉพาะคนวงใน ผู้สูบจำนวนไม่น้อยรู้ดีว่านี่คือสินค้าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังยินดีที่จะซื้อเพราะราคาถูกกว่าเท่าตัว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐไทยทุ่มกำลังต่างๆ เพื่อปิดช่องทางการลักลอบขนและขายบุหรี่เถื่อน แต่ผลที่ได้ ภาพที่เห็นในตลาดเหมือนจะไม่ต่างจากเดิมนัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “รัฐพยายามมากพอหรือยัง” หากแต่คือ “ความพยายามเหล่านั้นกำลังแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่” ในวันที่สถานการณ์บุหรี่เถื่อนไทยไร้สัญญาณบวก
ทั้งนี้ เพจภาคียาสูบประเทศไทยได้โพสต์ขอบคุณรัฐบาลในการเริ่มเอาจริงกับการควบคุมปราบปรามบุหรี่เถื่อนในปี 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทางภาคียาสูบฯได้วอนขอรัฐบาลชุดใหม่สานต่อนโยบายดำเนินมาตรการป้องกันปราบปรามเร่งด่วนและจริงจัง สาวให้ถึงต้นตอ หยุดวงจรค้าบุหรี่เถื่อนให้ได้ถาวร เนื่องจากยอดบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยยังสูงอยู่มากและสร้างผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ค้าที่เสียภาษีถูกต้อง

ตัวเลขไม่โกหก: หนึ่งในสี่คือบุหรี่เถื่อน
ที่บอกว่า “ไม่เปลี่ยนแปลงนั้น” พิจารณาจากรายงาน Empty Packs Survey (EPS) Thailand ไตรมาส 3 ปี 2025 ซึ่งสำรวจซองบุหรี่เปล่าทั่วประเทศแล้วพบว่า การบริโภคบุหรี่ที่มิได้เสียภาษีในไทยมีสัดส่วนสูงถึง 24.9% หรือเกือบหนึ่งในสี่ของตลาดทั้งหมด
แม้ตัวเลขนี้จะลดลงจากเมื่อต้นปี 2568 ที่เคยพุ่งไปถึง 28.1% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 25.4% ก็ยังแทบไม่ต่างกันมากนัก พูดง่ายๆ คือ ลดลงจริง แต่ยัง “สูงผิดปกติ”
ส่วนหนึ่งของบุหรี่เหล่านั้นคือบุหรี่ปลอม ซึ่งพบในสัดส่วน 0.6% ของตัวอย่างทั้งหมด แม้ตัวเลขนี้อาจดูไม่มาก แต่ก็สะท้อนความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภคอย่างร้ายแรง

ประเด็นที่น่ากังวลคือแหล่งที่มาของบุหรี่เถื่อนที่คนไทยบริโภค ผลสำรวจพบว่า แหล่งที่มาของบุหรี่ที่มิได้เสียภาษี (ไม่รวมบุหรี่ปลอม) ซึ่ง “ไม่ระบุแหล่งที่มา” สูงถึง 19.6% ของตัวอย่างบุหรี่ทั้งหมด มากกว่าบุหรี่จาก Duty Free ของประเทศเพื่อนบ้านเสียอีก ตัวเลขนี้สะท้อนช่องโหว่ของระบบตรวจสอบ รวมถึงความโปร่งใสของพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ทำให้การลักลอบนำเข้ากระทำได้โดยง่าย
ชายแดนเดือด: จุดร้อนบุหรี่เถื่อน
เมื่อมองเชิงพื้นที่ ปัญหายิ่งชัดขึ้น จังหวัดที่พบบุหรี่ที่เถื่อนสามอันดับแรก ได้แก่ สตูล พัทลุง และสงขลา ซึ่งมีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่ที่มิได้เสียภาษี 87%, 70.3% และ 67.8% ตามลำดับ
พื้นที่เหล่านี้มีสิ่งที่เหมือนกัน คือ มีชายแดนใกล้หรือติดกับประเทศเทศเพื่อนบ้าน หรือเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือภาพสะท้อนของปัญหาการลักลอบค้าที่ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจชายแดนมานานจนดูเป็นเรื่องธรรมดา
มองสนามอาเซียน
สำนักข่าว New Straits Times ของประเทศมาเลเซียรายงานว่าปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างของทั้งอาเซียน ปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับไทยเพียงประเทศเดียว งานวิจัยของ Center for Market Education (CME) เตือนว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูญเสียรายได้จากภาษียาสูบรวมกันมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 350,000 ล้านบาท ให้กับการค้ายาสูบผิดกฎหมาย
เงินจำนวนมหาศาลนี้ สามารถนำมาใช้จ่ายเป็นงบประมาณเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมืออุบัติภัยจากหายนะโลกร้อน แต่ในความเป็นจริง เงินเหล่านี้กลับไปอยู่ในกระเป๋าของเครือข่ายทุนเทาและอาชญากรรมข้ามชาติที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตประชาชน
ไทย: ภาครัฐทำดี แต่ยังไม่พอ
ต้องยอมรับว่า ความพยายามของรัฐไทยในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเริ่มเห็นผล ตัวเลขบุหรี่เถื่อนที่ลดลงกว่า 3.2% เปรียบเทียบระหว่างไตรมาสที่1 และ 3 ของปี 2568 คือหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ระดับเกือบหนึ่งในสี่ของตลาดนั้นก็ยังถือว่าสูงเกินกว่าจะกล่าวได้ว่าจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างต่อเนื่องของสถานการณ์บุหรี่เถื่อน ซึ่งหลายคนยังกังขาอยู่ว่าตัวเลขบุหรี่เถื่อนที่ลดลงมาจากการปราบปรามจริงจังของภาครัฐ หรือแค่ผลจากการปิดด่านกับประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมากันแน่

บุหรี่เถื่อนเกือบหนึ่งในสี่ของตลาด ไม่ได้หมายถึงแค่อาชญากรรมการลักลอบนำเข้าและหนีภาษี แต่หมายถึงรายได้รัฐจำนวนมหาศาลที่หล่นหายไปในตลาดมืด ซึ่งเงินจำนวนนี้ควรนำไปใช้เพิ่มสวัสดิการขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
นอกจากนี้บุหรี่เถื่อนยังสร้างความไม่เป็นธรรมในตลาด ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบต้องจ่ายภาษีแพงและแบกรับต้นทุนสูง ในขณะที่บุหรี่เถื่อนเหล่านี้ต้นทุนต่ำ ขายถูก จูงใจผู้สูบได้มากกว่า
อีกทั้งเมื่อการบริโภคไหลออกนอกระบบ นโยบายควบคุมยาสูบและนโยบายด้านสาธารณสุขก็ยิ่งไม่ได้ผล คนไทยอยู่ในความเสี่ยงทางสุขภาพยิ่งกว่าเดิม
หลังตัวเลขคือชีวิตผู้คน
เมื่อบุหรี่เถื่อนตีตลาด ยอดขายบุหรี่เสียภาษีก็หดตัวลง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานยาสูบไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ที่ต้นน้ำนั้น ชาวไร่ยาสูบกว่า 22,500 ครัวเรือน ในจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน เผชิญผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของบุหรี่เถื่อนเนื่องจากการยาสูบแห่งประเทศไทยต้องลดปริมาณรับซื้อใบยาจากชาวไร่ เมื่อโควตาปลูกลดลง รายได้ของพวกเขาจึงน้อยลง ในขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อไร่กลับสูงขึ้นทุกปี
เสียงสะท้อนจากชาวไร่ตรงกันว่า ต้นตอสำคัญของปัญหานี้คือ โครงสร้างภาษียาสูบของไทยที่ซับซ้อนและสูงเกินไป ทำให้ราคาบุหรี่ถูกกฎหมายพุ่งสูง ในขณะที่ราคาบุหรี่เถื่อนถูกกว่า 1-3 เท่าตัว เมื่อช่องว่างราคาระหว่างบุหรี่ถูกกฎหมายกับตลาดมืดถ่างกว้าง บุหรี่เถื่อนก็ย่อมเข้ามาตีตลาด ซื้อง่ายขายคล่องแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย แล้วผลกระทบก็ย้อนกลับมาที่คนตัวเล็กที่สุดในระบบ… เกษตรกร
เบื้องหลังตัวเลข 24.9% จึงเป็นเรื่องของชีวิตของผู้คนมากมาย
ถึงเวลาที่แนวรบต้องเปลี่ยน
ท่ามกลางศึกยืดเยื้อของประเทศไทยกับบุหรี่เถื่อน แนวคิดเรื่อง ภาษียาสูบอัตราเดียว ควบคูกับการป้องกันและปราบปรามเชิงรุกถูกเสนอในฐานะทางออกเชิงโครงสร้าง เพื่อทำให้ระบบภาษีเรียบง่าย เก็บได้จริง ลดแรงจูงใจในการหลบเลี่ยงภาษี ตัดวงจรค้าของเถื่อนและทำให้ผู้ค้าของเถื่อนหลาบจำ
เก็บภาษีได้จริงเต็มเม็ดเต็มหน่วยย่อมดีกว่าตั้งอัตราภาษีที่สูงแต่เก็บไม่ได้ การดำเนินนโยบานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพย่อมเป็นไปได้มากกว่าเมื่อบุหรี่เข้ามาอยู่ในระบบกำกับดูแล และคนในห่วงโซ่การผลิตก็ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
หากยังปล่อยให้แนวรบบุหรี่เถื่อนไทยเหมือนเดิม ผู้แพ้ไม่ใช่แค่รัฐ แต่คือประชาชนทั้งประเทศ
ถึงเวลาหรือยัง ที่การต่อสู้กับบุหรี่เถื่อนจะไม่ใช่แค่การจับกุมเป็นครั้งคราวหรือเป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการทำอย่างต่อเนื่องจริงจังหวังผลระยะยาว หรือเกมส์เชนจ์อย่างจริงจัง
แนวรบบุหรี่เถื่อนไทย ต้องรุกคืบไวกว่านี้.