GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ในวงเงิน 60,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 27 โครงการ กำลังการผลิต 939 เมกะวัตต์

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่าบริษัทประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ในวงเงิน 60,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งสิ้น 27 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์

ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวนรวม 15 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 843 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567-2569 มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 43,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยได้รับการสนับสนุนเงินกู้ จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมี Asian Development Bank (ADB) เป็นธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก (mandated lead arranger and bookrunner) พร้อมทั้งวงเงินกู้ร่วมจาก Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB), Deutsche Investitions- und Entwicklungsgesellschaft (DEG), Development Finance Institute Canada (FinDev Canada), Export Finance Australia (EFA), Export-Import Bank of China (CEXIM), Japan International Cooperation Agency (JICA), KEXIM Global (Singapore) (KGS)

นอกจากนี้ ยังมี ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch, Sumitomo Mitsui Trust Bank (Thai), และ DBS Bank

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าว เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วไป 12 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 649 เมกะวัตต์) ในปี 2567–2568 และอีก 3 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 194 เมกะวัตต์) อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569

นอกจากนี้ GULF ยังเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมจำนวน 12 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 โดยมุ่งแปรรูปขยะอุตสาหกรรมให้เป็นพลังงานอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาการฝังกลบ และยกระดับการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการดังกล่าว ได้รับวงเงินกู้ระยะยาวรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากกลุ่มสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ได้แก่ ADB และ AIIB รวมถึงสถาบันการเงินพาณิชย์ชั้นนำ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch และ Standard Chartered Bank

นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ GULF และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

ด้าน Mr. Aaron Batten ผู้อำนวยการสำนักงานเอดีบีประจำประเทศไทย ในฐานะธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก กล่าวว่ามีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ไทยบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนที่ตั้งไว้ เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาวสำหรับภูมิภาค

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าโครงสร้างทางการเงินของโครงการดังกล่าว นับเป็นต้นแบบโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต และตอกย้ำความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรม และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทของตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน