เปิดโผหุ้นเด่น รับภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล ก่อสร้าง-ค้าปลีก-แบงก์ ลุ้นดัชนีพุ่ง 1,450 จุด

ผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุดของประเทศไทย ภายหลังการนับคะแนนทั้งระบบเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อผลการเลือกตั้ง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม

ขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับผลการเลือกตั้ง และแสดงจุดยืนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากพรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวก จากความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ โดยประเมินแนวต้านของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในวันถัดไปไว้ที่ระดับ 1,375–1,380 จุด

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย กลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC, KTC, SAWAD กลุ่มการบริโภคในประเทศ ได้แก่ CPAXT, MOSHI, CBG, OSP, CPALL กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA, AMATA กลุ่มก่อสร้าง ได้แก่ STECON, CK, UNIQ กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KTB, KBANK, KKP, TISCO กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ SPALI, AP, SIRI, SC กลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ CENTEL, ERW, BA, CPN

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มตอบรับในเชิงบวก จากความคาดหวังต่อรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยกรณีที่พรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตลาดมีโอกาสแกว่งตัวในแดนบวก จากนโยบายที่มีความต่อเนื่อง

โดยประเมินกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) จะแกว่งตัวในกรอบ 1,345-1,450 จุด พร้อมแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มภาคบริการและการลงทุน ได้แก่ KBANK, KTB, BDMS, AOT, CENTEL และ GULF

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ระบุว่า นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและเรื่องการเมืองไทยสถิติหลังการเลือกตั้งพบว่า ตลาดหุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรกด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% นำมาโดยกลุ่มค้าปลีกที่ผลตอบแทนโดดเด่น (+เฉลี่ย 3-4%) ใน 1 สัปดาห์แรก

ภายใต้นโยบายภูมิใจไทยที่ค่อนข้างเด่นมากที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นได้แก่ (คนละครึ่งพลัส) มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) และกลุ่มอื่นๆอย่างรับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มเครื่องดื่มและการเงิน (MTC SAWAD CBG ICHI) หลังจากนี้รอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน