กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิด 10 ธุรกิจดาวเด่น ที่ชาวต่างชาตินำเงินเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย 3.24 แสนล้านบาท ยกสิงคโปร์ขนเงินลงทุนสูงสุดทะลุ 1 แสนล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2568 นับเป็นปีทองของไทยที่นักลงทุนชาวต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศสูงสุดในรอบ 5 ปี (2564-2568) กว่า 3.24 แสนล้านบาท โดยสิงคโปร์นำเงินเข้ามาลงทุนสูงสุด 1.03 แสนล้านบาท
รองลงมา คือ ญี่ปุ่น 8.56 หมื่นล้านบาท จีน 3.50 หมื่นล้านบาท ไต้หวัน 1.70 หมื่นล้านบาท และมอริเชียส 1.65 หมื่นล้านบาท นักลงทุนรวม 1,078 ราย และจ้างงานคนไทย 6,647 คน
สำหรับธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสนใจนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด 10 อันดับแรก ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.82 แสนล้านบาท คิดเป็น 87.0% ของการลงทุนทั้งหมด (ลงทุนรวมทั้งปี 2568 จำนวน 3.24 แสนล้านบาท)
โดยเป็นการลงทุนจากนักลงทุนประเทศต่างๆ รวม 797 ราย คิดเป็น 74.0% ของนักลงทุนทั้งหมด (นักลงทุนชาวต่างชาติ รวมทั้งปี 2568 จำนวน 1,078 ราย) ซึ่งการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างชาติในไทย มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย
ประเภทธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติสนใจที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต
มูลค่าลงทุนรวม 1.19 แสนล้านบาท คิดเป็น 36.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 354 ราย คิดเป็น 32.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจการผลิตที่ลงทุน เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป Printed Circuit Board ชิ้นส่วนพลาสติก ชิ้นส่วนเครื่องจักร
ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เครื่องประดับหรือชิ้นส่วนเครื่องประดับที่ผลิตจากโลหะมีค่า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ DC Cable โลหะผสมสำหรับผลิตเครื่องประดับ พลาสติกคอมพาวด์ อุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร
2. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์
มูลค่าลงทุนรวม 6.59 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 20.3% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 64 ราย คิดเป็น 5.9% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาแพลตฟอร์ม และ Data Center
3. ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่/สินค้า
มูลค่าลงทุนรวม 3.45 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10.6% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 82 ราย คิดเป็น 7.6% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงาน พร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เช่าสินค้า เช่น แผ่นเหล็กปูพื้น สำหรับใช้เป็นถนนชั่วคราวในพื้นที่ก่อสร้าง และรถยกฟอร์กลิฟต์
4. ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
มูลค่าลงทุนรวม 2.73 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 36 ราย คิดเป็น 3.3% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในลักษณะ เช่น การออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ การให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการผลิต การออกแบบและให้คำปรึกษาทางเทคนิคเกี่ยวกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
5. ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ/บริหารจัดการ
มูลค่าลงทุนรวม 9.47 พันล้านบาท คิดเป็น 2.9% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 69 ราย คิดเป็น 6.4% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ เช่น เรื่องการศึกษา ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และที่พักระหว่างการศึกษาต่อ ปรึกษาแนะนำการประกอบธุรกิจด้านต่างๆ
6. ธุรกิจการค้าส่ง
มูลค่าลงทุนรวม 8.96 พันล้านบาท คิดเป็น 2.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 92 ราย คิดเป็น 8.5% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด
ประเภทธุรกิจการค้าส่งที่ลงทุน เช่น อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์โทรคมนาคม ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับการดูแลและรักษาความปลอดภัยทางระบบคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับการซ่อมบำรุงเครื่องประกอบบรรจุภัณฑ์
7. ธุรกิจบริการทางการเงิน
มูลค่าลงทุนรวม 7.62 พันล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 39 ราย คิดเป็น 3.6% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ให้กู้ยืมเงิน รับค้ำประกันหนี้
8. ธุรกิจบริการทางบัญชี
มูลค่าลงทุนรวม 4.95 พันล้านบาท คิดเป็น 1.5% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 19 ราย คิดเป็น 1.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางบัญชีส่วนใหญ่เป็นการให้บริการแก่บริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่ม
9. ธุรกิจกิจการโรงแรม
มูลค่าลงทุนรวม 2.56 พันล้านบาท คิดเป็น 0.8% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 8 ราย คิดเป็น 0.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจกิจการโรงแรมซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
10. ธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน
มูลค่าลงทุนรวม 1.85 พันล้านบาท คิดเป็น 0.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 34 ราย คิดเป็น 3.3% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน เช่น บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
แนวโน้มการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี 2569
“คาดว่าปี 2569 ชาวต่างชาติจะยังคงนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบเศรษฐกิจที่ดี รองรับการเข้ามาประกอบธุรกิจ ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่นักลงทุนชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ 10 ธุรกิจดาวเด่นข้างต้นที่ต่างชาติยังคงสนใจลงทุนอย่างต่อเนื่อง”นายพูนพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อาจมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพ และความยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์การประกอบธุรกิจของโลกอนาคตเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ธุรกิจดิจิทัล (Cloud/Cyber Security) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และส่วนประกอบ สุขภาพและการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหารและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น