ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี เริ่มพัฒนาโครงการที่ค้นพบปิโตรเลียมแล้ว เสริมสร้างการเติบโตในระยะยาว

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) เพื่อพัฒนาแหล่งซีรุง และแหล่งเชนด้า ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี นอกชายฝั่งประเทศมาเลเซีย

โดยมีแผนจะก่อสร้างแท่นผลิตกลาง (Central processing platform) จำนวน 1 แท่น และแท่นหลุมผลิต (Wellhead platform) จำนวน 1 แท่น และคาดว่าจะเริ่มผลิตน้ำมันดิบได้ในปี 2571 ด้วยอัตราการผลิตประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน

การพัฒนาโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี นับเป็นโครงการแรก ซึ่งเราเริ่มการพัฒนาหลังจากที่ได้สำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมในประเทศมาเลเซีย (Malaysia Greenfield Project) ได้รับการออกแบบให้ไม่มีการเผาก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียม (Zero Routine Flare) รวมทั้งยังนำระบบควบคุมการปฏิบัติการนอกชายฝั่งจากระยะไกลเข้ามาใช้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

“หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการค้นพบปิโตรเลียมกว่า 10 โครงการ ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนของบริษัท แหล่งซีรุงและแหล่งเชนด้าจะเป็นแหล่งปิโตรเลียมแรกที่บริษัทผลักดันเข้าสู่ระยะพัฒนา และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ ในมาเลเซียต่อไป ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเติบโตในระยะยาว”

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนภาคพลังงานของประเทศมาเลเซีย โดยในการดำเนินงาน ปตท.สผ. ได้ให้ความสำคัญกับด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย

ในส่วนของ บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี ถือสัดส่วนการลงทุน 49.5% บริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด 25% และบริษัท มิตซุย เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 25.5%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน