EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot เต็มรูปแบบ นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ได้ปรับบทบาทสู่การเป็น “Export Co-pilot” ที่เข้าใจทิศทางการส่งออก ซึ่งในปี 2569 เดินหน้าพัฒนาบทบาทอย่างเป็นรูปธรรม
ผ่านการยกระดับเครื่องมือสนับสนุนผู้ส่งออกแบบครบวงจร เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ก้าวข้ามความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเน้นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่บริการประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ควบคู่กับการยกเครื่องกระบวนการทำงานขององค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ที่แม่นยำ เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
“เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเปราะบางและความผันผวนสูงจากความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน การค้า และการลงทุนทั่วโลก
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจประเทศหลักมีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แกว่งตัวรุนแรงตามปัจจัยภายนอก เพิ่มความเสี่ยงต่อรายได้และต้นทุนของผู้ส่งออก ตลอดจนต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ กติกาการค้าโลกยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าถึงตลาดโลก
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ดังเช่นอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนซ้ำเติมความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย“
นายชลัช กล่าวว่า EXIM BANK จะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T ได้แก่ SME Export Grooming การยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล Market Expansion การเปิดโลกและโอกาสทางการค้า Advocacy & Sustainability การสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน Revamp Digital Systems การพัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรมรองรับการขยายธุรกิจ และ Teamwork Spirits การสร้างวัฒนธรรม EXIM One Team เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขับเคลื่อนภาคธุรกิจ องค์กร ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ด้านการเสริมสภาพคล่อง กระตุ้นการส่งออก และเปิดตลาดใหม่ EXIM BANK อนุมัติสินเชื่อใหม่รวม 54,346 ล้านบาท โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และตลาดใหม่รวม 9,125 ล้านบาท
ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันรวม ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 191,800 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนมีปริมาณธุรกิจรวม 194,564 ล้านบาท
ด้านการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต EXIM BANK มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว โดย ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อและภาระผูกพันที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวม 91,650 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% ของยอดคงค้างรวม
และ EXIM BANK มีผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพสะสมรวม 25,036 ราย ด้านการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ผ่านมาตรการคุณสู้ เอ็กซิมช่วย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและลดภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) 3.66% ใกล้เคียงกับปีก่อน
แม้ภาคธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยง ขณะที่มีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 17,139 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงถึง 261.85% ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 เท่ากับ 1,904 ล้านบาท