กรมการค้าต่างประเทศ เปิดงาน “มหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย (Border Trade Expo 2026 @Chiang Rai)” ยกระดับเชียงรายประตูเศรษฐกิจเชื่อมกลุ่มลุ่มน้ำโขง
นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานในพิธีเปิดงานฯ กล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศให้ความสำคัญ กับการยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของผู้ประกอบการไท ยให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ
โดยการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย (Border Trade Expo 2026 @Chiang Rai) ระหว่างวันที่ 12 – 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงราย
งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชายแดนอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดเชียงรายถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค และเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมสำหรับการลงทุน อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นประตูการค้าสำคัญของไทย เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
โดยมี 4 กิจกรรมหลัก ดังนี้การแสดงศักยภาพ:เวทีนำเสนอสินค้า และบริการที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นของเชียงราย และผู้ประกอบการไทยสู่ระดับนานาชาติ สร้างโอกาสการค้าใหม่ ๆ ให้ผู้ประกอบการด้านชายแดนกัมพูชาและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ในรูปแบบงานแสดงสินค้า จำนวน 200 คูหา
การสร้างเครือข่าย: เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบปะคู่ค้าและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking) เพื่อต่อยอดความร่วมมือในอนาคต พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม Business Matching กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
เวทีแห่งการเรียนรู้: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตลาด และแนวโน้มเศรษฐกิจชายแดน เพื่อเสริม
ความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก พร้อมเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการกับการสัมมนา “Winning the New Chinese Wave: เจาะลึกนโยบาย Shopping in China 2026 และกลยุทธ์ขยายตลาดด้วย Global Marketplace Ecosystem”
เวทีแห่งความสร้างสรรค์ สนุกสนาน : นอกจากเวทีเจรจาธุรกิจ และการจำหน่ายสินค้าแล้ว งานในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการประกวดความคิดสร้างสรรค์ สินค้าอัตลักษณ์ของเชียงรายระดับเยาวชน และวงดนตรีลูกทุ่งระดับมัธยมศึกษา พร้อมมอบความสุขให้แก่ผู้เข้าชมงานด้วยมหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทุกวัน
นายนพดล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ เชื่อมั่นว่างานครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวชายแดนโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก และกลางในท้องถิ่น ให้สามารถขยายโอกาสสู่ตลาดในระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป