กลุ่มสมุนไพร ส.อ.ท. ฝาก 5 แนวทางให้รัฐบาลใหม่ ขยับจาก ‘ภูมิปัญญา’ สู่ ‘อุตสาหกรรมมาตรฐานโลก’ ยกระดับรายได้แรงงานรวม 8 ล้านคน

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าภายหลังการเลือกตั้งและความคาดหวังจากรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ทางกลุ่มมีแนวทางเสนอแนะรัฐบาล ให้ปฏิรูปอุตสาหกรรมสมุนไพร 5 แกนหลัก คือ

1.รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพราะปัญหาสำคัญของสมุนไพรไทย คือยังขาดหลักฐานทางคลินิก (Clinical evidence) ข้อมูลดิบที่เก็บรวบรวมจากการใช้ยา หรือการรักษาในชีวิตประจำวันที่เพียงพอ เพื่อให้สมุนไพรสามารถขยายไปสู่ระบบการรักษามาตรฐานเดียวกัน

2.ยกระดับมาตรฐานการผลิต ตั้งแต่ไร่ปลูกสมุนไพร โรงงานผลิต จนถึงการขนส่งสู่ผู้บริโภค ต้องได้มาตรฐานระดับสากล ผู้บริโภค โดยการเร่งยกระดับมาตรฐาน GMP กับโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพร รวมถึงเพิ่มศูนย์ฉายรังสีเพื่อฆ่าเชื้อในสมุนไพรจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

3.เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น tele pharmacy ซื้อยาสมุนไพรผ่านตู้ยาอัตโนมัติที่สามารถจำหน่ายและปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ได้แบบ One stop service

4.ผลักดันเรื่องแบรนดิ้ง เพื่อเปลี่ยนจากยาหม้อ สู่ Luxury Wellness เปลี่ยนภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูโบราณ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก ด้วยการออกนโยบายส่งเสริมให้โรงพยาบาลที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการรักษาของต่างชาติ ร่วมกับภาคการผลิตสมุนไพรในการออกผลิตภัณฑ์เฉพาะด้านของแต่ละโรงพยาบาล

และ 5.ผลักดันเรื่องซอฟต์พาวเวอร์อย่างต่อเนื่อง เช่น การคิดค้นสูตรสมุนไพรเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี รัฐบาลออกใบรับรองมาตรฐานเพื่อโปรโมตให้นักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยต้องได้ลองสมุนไพรสูตรนายกฯ หากไม่ได้ลองแปลว่ายังมาไม่ถึง

เพราะทิศทางสมุนไพรไทยต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาแบบกระจัดกระจาย ไปสู่การพัฒนาเชิงระบบ (Ecosystem-based Development) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเรื่องอุตสาหกรรมสมุนไพรถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ ที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาผลักดัน

นายสิทธิชัย กล่าวว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมสมุนไพรเกี่ยวข้องกับทั้งภาคเกษตรกรที่เป็นผู้ปลูกสมุนไพรประมาณ 1.5-2 ล้านครัวเรือน คิดเฉลี่ยครอบครัวละ 3 คน กลุ่มนี้จะมีจำนวนคนราว 5-6 ล้านคน โรงงานผลิตมีอยู่ประมาณ 10,000-15,000 ราย และเจ้าของแบรนด์ มีประมาณ 300,000-500,000 ราย

“หากสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จะเกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ที่คาดว่าจะมีอยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า 7-8 ล้านคน ดังนั้นอุตสาหกรรมสมุนไพรจึงสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก และหากรัฐบาลใหม่สามารถปฎิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน