‘กัลฟ์’ ฝากความหวังรัฐบาลมีเสถียรภาพ สานต่อนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง
‘กัลฟ์’ ชี้เศรษฐกิจมีความหวัง ตลาดหุ้นเด้งรับ หลังเลือกตั้งได้พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลสานต่อนโยบายต่อเนื่อง ห่วงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศกระทบราคาพลังงาน
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า หลังการเลือกตั้งในประเทศผ่านพ้นไป ความมั่นใจของภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติมีมุมมองที่ดีขึ้น เพราะมองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลรักษาการและรัฐบาลที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งขึ้นใหม่ มีความต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและความมั่นคงแน่นอน
“ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ ค่อนข้างมีแนวโน้มที่ดี เห็นได้จากตลาดหุ้นที่พุ่งขึ้นมาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเป็น 10 ปีแล้ว ทุกคนก็มีความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”
ทั้งนี้ แม้จะมีสิ่งที่เป็นห่วง คือการประกาศรับรองผลเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ล่าช้า จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลและการคัดเลือกตัวบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี(ครม.) ล่าช้าออกไปด้วย ทำให้เกิดสุญญากาศช่วงสั้นๆ สร้างความกังวลใจว่ามาตรการที่รัฐบาลจะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ จะสะดุดหรือชะลอลงบ้าง แต่ดูจากภาพรวมแล้วน่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
นายสารัชถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ทุกคนมีความหวังว่า พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะมีความมั่นคงและเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมอยู่มากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นระดับหนี้ครัวเรือนและระดับหนี้สาธารณะที่ในระดับสูง การใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศที่ชะลอลง ประชาชนจึงหวังว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามา จะแก้ปัญหาได้ ทำให้ประเทศไทยกลับเข้ามาอยู่ในแผนที่โลก ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและจัดตั้ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีจะมีความชัดเจนขึ้นต่อไป
สำหรับผลประกอบการปี 2568 ของกัลฟ์ ที่มีกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น เป็นเรื่องของการลงทุนส่วนหนึ่งและการทำบัญชีส่วนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีปัจจัยเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ที่จะมีผลต่อราคาน้ำมันตลาดโลก เพราะราคาน้ำมันและค่าไฟในประเทศ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบตลาดโลก
“หากความขัดแย้งระหว่างประเทศเบาบางลง ความมั่นคงระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจโลก
ดีขึ้น ทุกอย่างก็จะผ่อนคลายมากขึ้น”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองนโยบายรัฐบาลใหม่ อาจจะส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟในประเทศสูงขึ้นอย่างไร นายสารัชถ์ กล่าวว่าระบบการคำนวณค่าไฟของไทยอยู่แบบนี้มานานเป็น 20-30 ปี ซึ่งทุกอย่างเมื่อถึงจุดที่ต้องปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อให้สะท้อนต้นทุน และปริมาณการใช้ไฟตามภาวะเศรษฐกิจจริง รวมถึงค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคล้วนมีผลกระทบทั้งหมด
ส่วนทิศทางการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าระยะยาว โดยไม่ผ่านการไฟฟ้า (Direct PPA) และการเปิดซื้อขายไฟฟ้าเสรีนั้น กัลฟ์ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เกิดการแข่งขัน ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุด อีกทั้งเทรนด์ของโลกมุ่งสู่พลังงานสีเขียว แต่ต้องทำใจว่าพลังงานสีเขียวไม่ได้อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง มาแล้วก็ไป แต่ละวันจะไม่สม่ำเสมอ จึงต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป