ในอดีต เกษตรกรชาวไร่อ้อยมักตกอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จากการเผาอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อลดต้นทุนค่าแรงและอำนวยความสะดวกในการตัด ก่อให้เกิดแรงกดดันต่อทั้งเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ในช่วงฤดูฝุ่นปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทรายภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาประกาศเป้าหมายลดการตัดอ้อยไฟไหม้ลงเหลือ 0% พร้อมกำหนดแนวทางกำกับติดตามและส่งเสริมการตัดอ้อยสดอย่างเป็นระบบ สะท้อนความพยายามในการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นคุณภาพอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

รายงานพิเศษ

ตัวแทน-5-โรงงานน้ำตาลนำร่อง

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ระบุว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าเป็นภาครัฐ เอกชนคือโรงงานน้ำตาล และเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทำให้ฤดูการผลิตปี 2568/69 ที่เริ่มเปิดหีบรับอ้อยเข้าโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 จนถึงปัจจุบัน อัตราอ้อยไฟไหม้ลดลงฮวบฮาบ เหลือเพียง 2.46% จากที่เคยสูงถึง 70%

รายงานพิเศษ

ฉลาก Sugar-Ecolabel-ระดับดีเด่น

นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ในการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

ล่าสุด สอน.ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร ดำเนินโครงการพัฒนาแนวทางการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย (Sugar Ecolabel) ครั้งแรกของประเทศไทย เป็นกลไกเชิงนโยบายแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับนโยบาย MIND as One ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

รายงานพิเศษ

เครื่องตัดอ้อย

โดยโครงการนี้เปิดให้โรงงานน้ำตาลทรายเข้าร่วมโครงการแบบสมัครใจ เป็นเสมือนแนวทางนำร่องในการเชื่อมโยงนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน

รายงานพิเศษ

อัดก้อนใบอ้อย

หัวใจของฉลาก Sugar Ecolabel นี้ คือการส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนอ้อยตัดสด ลดการเผาในพื้นที่เพาะปลูกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของฝุ่น PM 2.5 พร้อมทั้งควบคุมผลกระทบจากกระบวนการผลิต เช่น ฝุ่น ก๊าซเรือนกระจก และของเสียจากโรงงาน ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์สินค้า เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจที่เชื่อมโยงการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีโรงงานน้ำตาลเป็นศูนย์กลางความร่วมมือกับเกษตรกร

รายงานพิเศษ

ตัดอ้อยสดด้วยแรงงานคน

ปัจจุบันได้นำร่องตรวจประเมินโรงงานน้ำตาลภาคสมัครใจ จำนวน 5 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ 1.บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด 2.บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด 3.บริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด 4.บริษัท น้ำตาลราชบุรี (กาญจนบุรี) 5.บริษัท น้ำตาลสระบุรี จำกัด

รายงานพิเศษ

ลานรับอ้อยโรงงานน้ำตาล

ผลจากการตรวจประเมินโรงงานต้นแบบ ทั้ง 5 แห่ง พบว่ากระบวนการตรวจประเมินสามารถนำไปใช้ได้จริง และสะท้อนระดับการดำเนินงานของโรงงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติเพื่อนำไปปรับปรุงรายละเอียดเกณฑ์ให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานของโรงงานมากขึ้น

รายงานพิเศษ

รถบรรทุกอ้อย

แนวทางการประเมินถูกออกแบบให้สามารถแบ่งระดับฉลากออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดีเด่น (Gold) ระดับดี (Silver) และระดับชมเชย (Bronze) เพื่อเปิดโอกาสให้โรงงานทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้ตามศักยภาพ รวมถึงรัฐสนับสนุนงบประมาณจูงใจให้เกษตรกรตัดอ้อยสดคุณภาพดี 100% ปี 2568-2570 วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท ให้สามารถพัฒนายกระดับกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางการเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เครื่องจักรกลตัดอ้อยสด การกำหนดราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นอยู่ที่ 890 บาท ชดเชยเกษตรกรที่ยอมแบกรับต้นทุนการตัดอ้อยสดที่สูงประมาณ 1,300 บาท/ไร่ การให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้โรงงานรับซื้อใบอ้อย ส่งเสริม การเพิ่มมูลค่าของใบ/ยอดอ้อยในการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล และลดของ เหลือทิ้งในไร่อ้อย สร้างอาชีพสำรองแก่ชุมชน

รายงานพิเศษ

มัดลำอ้อยด้วยแรงงานคน

การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถตัดอ้อยและเครื่องสางใบอ้อย ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ประกอบการที่ลดการเผาอ้อย เป็นรางวัลให้คนทำดีตอบแทนเกษตรกรและโรงงานที่ให้ความร่วมมือกับนโยบาย

นอกจากนี้ จะหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เกี่ยวกับแนวคิดให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มรับซื้อน้ำตาลสีเขียวที่อาจมีราคาแพงกว่าน้ำตาลปกติที่ไม่ได้รับการรับรองฉลาก Sugar Ecolabel ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น จะสามารถช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญาได้ประมาณ 120,000 กว่าคู่สัญญา ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 4 แสนครัวเรือน มีประชากรที่เกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมอ้อยและครอบครัวกว่า 1.5 ล้านคน ที่สำคัญสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ถึง 3-4 แสนล้านบาท

ในมิติการแข่งขันระดับโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก ฉลาก Sugar Ecolabel ไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าแบรนด์สินค้า ยังจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของน้ำตาลไทยในตลาดต่างประเทศในยุคที่ผู้ซื้อทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยเฉพาะยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และบางประเทศในอาเซียน ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการกีดกันทางการค้ากับนานาประเทศทั่วโลก

สุดท้ายนี้ เชื่อว่า Sugar Ecolabel จะไม่ใช่เพียงเครื่องหมายรับรอง แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของตลาดโลก

รายงานพิเศษ

ระยะห่างตามมาตรฐานการปลูก

นับตั้งแต่ 1 ธ.ค.2568 จนถึงขณะนี้มีอ้อยเข้าหีบแล้วประมาณ 56-57 ล้านตัน มีอ้อยเผา 2.46% จากประมาณการปีนี้คาดว่าจะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน ซึ่งมั่นใจได้ว่าเมื่อจบฤดูหีบอ้อย ตัวเลขการลักลอบเผาอ้อยจะอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย 5%

ด้วยความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาลทรายทั้งประเทศที่มี 58 แห่ง เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 800,000 คน คิดเป็นพื้นที่กว่า 10-11 ล้านไร่ หากทำได้…เท่ากับประเทศไทยได้สร้างมาตรฐาน

รายงานพิเศษ

เตรียมขนย้าย

โลกใหม่ ที่ทั่วโลกยอมรับว่าอ้อยเผาอาจเป็นเหตุสุดวิสัยไม่เกิน 5%

เห็นได้ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายสีเขียว 100% อย่างเต็มรูปแบบ หรือ “น้ำตาลไร้ฝุ่น” บนพื้นฐานของการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากมาตรการต่างๆ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างครบวงจรและเป็นรูปธรรมตลอดทั้งระบบ

 

ความสำเร็จดังกล่าวจะทำให้ชาวไร่อ้อยหลุดพ้นจากการเป็นจำเลยสังคม และที่สำคัญกว่านั้นคือจะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทย สร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าไทยในเวทีการค้าโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างสง่างามและยั่งยืนในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน