กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโผ Top 5 “มะม่วง GI ไทย” สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 1,044 ล้านบาท ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่น สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้ามะม่วงถึง 13 รายการ จาก 9 จังหวัด ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ)

มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี และมะม่วงเบาสงขลา ล้วนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาทในปี 2568

โดย 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าการตลาดสูงสุด มีดังนี้ อันดับที่ 1 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก” ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการตลาดที่สูงถึง 767.18 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 8,767 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 65-110 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.9-3.1 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม

โดยมีพื้นที่ปลูกสำคัญในอำเภอเนินมะปราง วังทอง และวัดโบสถ์ ซึ่งมะม่วงมีคุณภาพเนื้อแน่นและรสชาติหวานจัดอยู่ที่ 17-25 องศาบริกซ์ มีลักษณะเด่น คือ ผลทรงรียาว เปลือกสีเหลืองนวลสวย ผิวเรียบเนียนไม่ช้ำง่าย เนื้อสีเหลืองเข้ม แน่นเนียน ไม่มีเสี้ยน และที่สำคัญคือ เนื้อแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์
มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มีตลาดส่งออกไปยังประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมี.ค-มิ.ย.และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนส.ค.-ก.พ.

อันดับที่ 2 “มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว” สินค้าดาวรุ่งจากภาคตะวันออกที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 171.15 ล้านบาท จากปริมาณการผลิต 2,445 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 50-90 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.4-2.6 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม

มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้วมีทั้งพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองและเบอร์ 4 มีเปลือกบาง ผลดิบมีรสเปรี้ยวจัด แต่เมื่อสุกจะมีรสหวานจัด เนื้อสีเหลือง
อมส้ม มีเส้นใยน้อยมาก กลิ่นหอมนวลเฉพาะตัว มีมูลค่าส่งออกกว่า 34.6 ล้านบาท ในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้ มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม

อันดับที่ 3 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น” ความภูมิใจของชาวชัยภูมิ ด้วยมูลค่าการตลาด 33.311 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตรวมกว่า 475 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 60-80 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.2-1.6 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม
มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น ปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 210-1,360 เมตร ในเขตอำเภอหนองบัวแดง มะม่วงมีผลขนาดใหญ่ มีเปลือกหนาทำให้ขนส่งง่าย เนื้อสีเหลืองเข้ม แห้งไม่ฉ่ำน้ำ และรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนธ.ค.-มี.ค.

อันดับที่ 4 “มะม่วงขายตึกแปดริ้ว” มะม่วงไทยโบราณอัตลักษณ์แห่งลุ่มน้ำ 3 น้ำ สร้างมูลค่าการตลาด 10.436 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 278.31 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 25-50 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.1 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 23 บาทต่อกิโลกรัม

มะม่วงขายตึกแปดริ้ว ปลูกในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความกรอบและรสชาติมันหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแหล่งอื่น นิยมทานดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ มีจุดเด่นอยู่ที่ผลทรงกลมมน ส่วนหัวใหญ่ ปลายผลสอบเข้าคล้ายรูปหัวใจ เนื้อสีเหลืองอมส้ม กรอบอร่อย
จนเป็นที่มาของชื่อว่าอร่อยจนต้องยอมขายตึกเพื่อซื้อมาทาน ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่ว
เดือนมี.ค-เม.ย.และผลผลิตนอกฤดูในช่วงเดือนต.ค-ก.พ.

และอันดับที่ 5 “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า” ของจังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีชื่อเสียงยาวนานที่สุดของไทย สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 7.2 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 137.32 ตัน ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 35-70 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.1.4 เท่า เมื่อเทียบกับราคาก่อนเป็น GI ที่ 260 บาทต่อกิโลกรัม ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางคล้า มีลักษณะผิวสวยโดดเด่น เปลือกบางสีเหลืองทองเนียน ผลทรงรียาว รสชาติหวานหอมเป็นพิเศษ และเมล็ดลีบบาง มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.

นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้า GI และขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ อาทิ การขยายช่องทางการตลาดผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

เช่น Gourmet Market, Tops, ตลาดจริงใจ Farmers’ Market เป็นต้น การจัดงาน GI Market นำผู้ประกอบการ GI ออกบูธทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด การจัด GI Pavilion ในงาน Thaifex-Anuga Asia

การร่วมจัดงานกับภาคเอกชน เช่น The Cloud (งาน Thailand Coffee Fest Year End และ Thailand Rice Fest) บริษัท บีอีซีมัลติมีเดีย จำกัด (งานแจ๋วแซ่บเฟ่อร์) Tops (งานจริงใจ มหานคร) ICON Siam (งาน Iconic Craft Coffee Expo) เป็นต้น สำหรับผู้บริโภคที่สนใจอุดหนุนสินค้ามะม่วง GI สามารถสังเกตตราสัญลักษณ์ GI ไทยบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานมะม่วงที่มีรสชาติและคุณภาพตรงตามอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน