บาทแข็ง ทุบส่งออกข้าวปี 69 ดิ่งเหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปีดันข้าวไทยแพงสุดในโลก
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเปิดเผยว่าเดือนม.ค.2569ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 5.3 แสนตัน ลดลงจากปีก่อน 17.5% คิดเป็นมูลค่า 9,707ล้านบาท ลดลง 30.7% เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าจากเดิม 33-34บาท/เหรียญสหรัฐ เป็น 31 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้ข้าวไทยแพงไม่สามารถแข่งขันได้
ด้านผู้นำเข้าข้าวสำคัญ อาทิ อิรัก สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ ฟิลลิปปินส์นำเข้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้การส่งออกข้าวไทยตกลงอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาเงินบาทเร่งด่วน โดยค่าเงินบาทที่ข้าวไทยสามารถแข่งขันได้อยู่ที่ 33-34บาท/เหรียญสหรัฐ รวมทั้งหามาตรการเร่งลดต้นทุนข้าวไทย เช่น เร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตต่อไร่สูง และให้พันธุ์ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลกมากขึ้น
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิติมาศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเปิดเผยถึงแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยปี 2569ว่า คาดว่าจะส่งออกได้ 7.03 ล้านตัน ลดลง11% จากปี2568 ที่ส่งออกได้ 7.9 ล้านตัน ทำสถิติส่งออกต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 130,000 ล้านบาท ลดลง จากปีก่อน 12.3 %
ปัจจัยที่ทำการส่งออกข้าวปีนี้ลดลงประกอบด้วย 1.ปัญหาเงินบาทแข็งค่าทำให้ข้าวไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคา กับคู่แข่ง โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาททำให้ข้าวข้าวไทย ชนิด 5% แพงขึ้น12-15 เหรียญสหรัฐ/ต่อตัน และข้าวหอมแพงขึ้น ตันละ 30-35 เหรียญสหรัฐ/ตัน แข่งขันกับ เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน และกัมพูชาไม่ได้
และล่าสุดยังทำให้ข้าวหอมมะลิไทยทำสถิติแพงที่สุดในโลกคือ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ต่อตัน แซงหน้าข้าวบาสมาตีที่เคยแพงที่สุด โดยล่าสุดข้าวบาสมาตีอยู่ที่ 970 เหรียญสหรัฐ/ต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมคู่แข่งรายอื่นๆ เช่น เวียดนาม กัมพูชา ราคาอยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐ/ต่อตัน และ830 เหรียญสหรัฐ/ต่อตัน ตามลำดับ
2.มาตราภาษีนำเข้าตามมาตรา 122 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีนำเข้าแบบเหมารวม 15%กับทุกประเทศทั่วโลก ชั่ วคาว 150 วัน ยังส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยเพราะเดิมแทบจะไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งต้องจับตาหลัง150 วันว่าสหรัฐจะนำมาตรการอื่นๆมาใช้หรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าสหรัฐอาจจะมาตรการ 301 ตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรมมาใช้กับข้าวไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมข้าวในสหรัฐได้ร้องเรียนกับรัฐบาลว่าข้าวนำเข้าจากไทยมีการอุดหนุนราคาจนสร้างความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมภายใน
ทั้งนี้คาดว่าผลจากมาตการภาษีจะทำให้ปริมาณส่งออกข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิในตลาดสหรัฐซึ่งเป็นผู้นำเข้าเบอร์หนึ่งของไทยลดลง 15-20% จากปกติที่ส่งออกราว ปีละ6แสนตัน ซึ่งครองส่วนแบ่งมากถึง50% ของการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยทั้งหมด
3.อุปทานข้าวตลาดโลกมีปริมาณมากทั้งประเทศผู้ส่งออกและนำเข้า ทำให้การซื้อข้าวชะลอ โดยอินโดนิเซียผู้นำเข้าหลักประกาศแบนนำเข้าข้าวทุกชนิด ขณะที่ปีนี้อินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลกมีปริมาณผลผลิตถึง 152 ล้านตันท มากที่สุดในโลกแซงหน้าจีน
4.นโยบายความมั่นคงทางด้านอาหาร ทำให้แต่ละประเทศ หันมาเพิ่มผลผลิตข้าวเอง และลดการนำเข้า และ5.การกลับมาของปรากฎการเอลนีโญ คาดว่าจะเป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลบวกต่อการส่งออกข้าวของไทย โดยคาดว่าภาวะแล้งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวทั่วโลก ประเทศต่างๆ อาจหันมาเร่งนำเข้าข้าวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อยากเสนอไปยังรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า และให้มีการบูรณาการการทำงานกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ภาคการผลิต และการทำการตลาดข้าวไทยไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งนำความเห็นจากภาคเอกชนไปใช้ในการกำหนดนโยบายด้วย