รมว.อรรถพล ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา คาดแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต ต้นเม.ย.นี้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พร้อมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายเดือนพ.ย.2568 ที่ผ่านมา โดยมีนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ให้การต้อนรับ

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า ตามที่มีกำหนดแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะ ให้กลับมาจ่ายไฟได้ตามปกติ ปัจจุบันสามารถดำเนินการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 เครื่องที่ 1 และชุดที่ 2 เครื่องที่ 1 แล้วเสร็จ โดยสามารถจ่ายไฟได้แล้วรวม738 MW และกำลังเร่งซ่อมบำรุงชุดที่ 1 เครื่องที่ 2 และชุดที่ 2 เครื่องที่ 2 ให้กลับมาจ่ายไฟได้อีก 738 MW

“คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นเดือนเมษายน 2569 กำลังผลิตรวม 1,476 MW ซึ่งโรงไฟฟ้าจะนะ ได้เตรียมแผนรองรับในอนาคตหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนักอีก โดยจะมีการปรับปรุงคันดินกันน้ำให้สูงขึ้น โดยใช้แผ่นไวนิลเป็นกำแพงกันน้ำป้องกันการพังของคันดิน”

ภายหลังติดตามการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจะนะ รมว.พลังงาน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ (สฟ.คลองแงะ) สถานีแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย

โดย สฟ. ทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับแรงดันสูง (HVAC) ขนาด 230 kV ไปเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (HVDC) ขนาด 300 kV สำหรับเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าแห่งชาติมาเลเชีย (TNB) เพื่อช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉิน เปรียบเสมือนกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองให้กันและกัน โดยเริ่มซื้อขายไฟตั้งแต่ปี 2545

โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในระดับภูมิภาค สอดคล้องกับโครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project : LTMS – PIP) ที่มุ่งขับเคลื่อน ASEAN Power Grid (APG)

อย่างไรก็ตาม สะท้อนความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ด้านความร่วมมือพลังงานระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยกระดับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานในภูมิภาค เสริมสร้างเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวให้กับประเทศไทย พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน