รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่เหมืองทองอัครา กำชับดูแลชุมชน คุมเข้มสิ่งแวดล้อม หลังยุติข้อพิพาทด้วยดี เผยนายกฯ สั่งยกระดับแร่ไทยสู่วัตถุดิบยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ภายหลังยุติข้อพิพาท เน้นย้ำเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง และเดินหน้าอุตสาหกรรมแร่ไทยด้วยมาตรฐาน พร้อมกำชับให้ดำเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพประชาชน และยกระดับสู่มาตรฐาน ESG ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ด้วย

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ (กพร.) เร่งจัดทำฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม แบบดิจิทัลครอบคลุมเหมืองหลัก และสร้างกลไกพัฒนาชุมชนรอบเหมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

เนื่องจากโลกกำลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด แร่คือวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และดิจิทัล ดังนั้น กระทรวงฯ จะเร่งจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับใหม่ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเพิ่มมูลค่าในประเทศ

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า เป้าหมายต้องไม่ใช่แค่ทำเหมือง แต่ต้องทำให้แร่ไทยเป็นฐานรากของอุตสาหกรรมอนาคต สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ” นายธนกร กล่าว

ด้าน นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของอัคราว่า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ รวมกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1 พันตำแหน่ง ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่รอบเหมือง

ดังนั้น อัคราจึงเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ที่เข้มข้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดี และความเชื่อมั่นในเรื่องการทำเหมืองผ่านกิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขณะที่ นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กพร. ได้พัฒนาแนวทาง Smart Mining – Smart DPIM นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการกำกับดูแล และติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการสื่อสารกับสาธารณชน

สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2571 กพร. เตรียมผลักดันให้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ มาใช้เพื่อบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน มุ่งสู่การสร้างความสมดุลเชิงพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนา

รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลแร่เชิงยุทธศาสตร์ (Mineral Intelligence) เพื่อยกระดับการคาดการณ์แนวโน้มความต้องการแร่ในอนาคต สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศด้วย

“การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กพร. ในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่ไทยสู่มิติใหม่ ที่ผสานการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบและความยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว” นายอดิทัต กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน