ร.อ.ธรรมนัส สั่งการ สศก. รวบรวมข้อมูล ประเมินผลกระทบ พร้อมจัดทำมาตรการรับมือ กังวลวัตถุดิบผลิตปุ๋ย มาจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ราคาขึ้นแน่ หากสงครามยืดเยื้อ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ตนได้สั่งการเป็นกรณีพิเศษให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เร่งรวบรวม และสรุปข้อมูลการนำเข้า และส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด เพื่อประเมินผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างรอบด้าน

โดยในวันพุธที่ 4 มี.ค. หน่วยงาน สศก. จะสรุปข้อมูล และมาตรการรับมือเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากมีความเสี่ยง ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคการเกษตร ยอมรับว่าห่วงกระทบปุ๋ยเคมีมากที่สุด เนื่องจากไทยนำเข้าวัตถุดิบผลิตปุ๋ยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางจำนวนมาก หากสงครามยืดเยื้อกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต การขนส่ง จะส่งผลให้ราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น

ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ไปตะวันออกกลางสูงหลายหมื่นล้านบาทต่อปี สินค้าหลักคือ ข้าว และเนื้อสัตว์แปรรูป ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์ว่า กระทบต่อเมืองท่าในการขนส่งจุดใดบ้าง พร้อมประสานงานสมาคมผู้ส่งออก ติดตามสถานการณ์รายวัน และเตรียมแผนสำรองในการหาตลาดใหม่ในภูมิภาคอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าการออกมาตรการช่วยเหลือ จะต้องดำเนินการให้ตรงจุด ดูข้อมูลจากผู้ส่งออกว่าเกษตรกรในพื้นที่ใด ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพื่อกำหนดมาตรการลดรายจ่าย และเยียวยาได้ทันท่วงที หลังจากสรุปข้อมูลในวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมีการประเมินผลกระทบต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส เพื่อให้มั่นใจว่าภาคเกษตรกรรมไทย จะสามารถปรับตัวผ่านพ้นวิกฤตโลกครั้งนี้ไปได้ โดยกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรน้อยที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน