กกพ. ยอมรับสงครามตะวันออกกลาง กดดันราคาเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนผลิตไฟฟ้าพุ่ง เตรียมใช้เงิน 10,000 ล้านบาท ดูแลค่าไฟงวดใหม่ เดือนพ.ค.-ส.ค.2569
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าช่วงปลายเดือนมี.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะประกาศอัตราค่าไฟงวดใหม่ เดือนพ.ค.-ส.ค.2569 หลังจากงวดปัจจุบันเดือนม.ค.-เม.ย.2569 กำหนดค่าไฟที่เรียกเก็บกับประชาชนอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าของไทยแน่นอน
โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งต้นทุนเชื้อเพลิงแต่ละประเภทจะเพิ่มขึ้นระดับใด ต้องรอการประชุม กกพ.พิจารณาอีกครั้ง
“ขณะนี้มีทางเลือกในการตรึงค่าไฟงวดใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค.2569 โดยอาจนำเงินผลประโยชน์ส่วนเกินของ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) หรือคอลแบค ที่มีเงินเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาทมาดูแลค่าไฟงวดใหม่ (หลังจากลดเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อเป็นจูงใจในการผลิตไฟฟ้า หรือค่าแอดเดอร์ จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่าแอดเดอร์ในต้นทุนค่าไฟฐานลดลง 20-30 สตางค์)”
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต้นทุนค่าไฟอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ปริมาณแอลเอ็นจีในระบบหายไป ต้องหาแหล่งอื่นเพิ่มเติมในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเบื้องต้นแอลเอ็นจีที่มาจากตลาดจร (spot หรือสปอต แอลเอ็นจี) ราคาขยับทันทีอยู่ระดับ 14-15 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากงวดปัจจุบันซื้อในราคา 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
รายงานข่าวชี้แจงว่า ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจะถูกคำนวณอยู่ในค่าไฟงวดใหม่ ส่วนผลจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้นมากจะส่งผ่านไปยังค่าไฟในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า หากไม่ถูกพิจารณาในค่าไฟงวดใหม่นี้ ก็จะถูกส่งผ่านต้นทุนในค่าไฟงวดถัดไป คือ งวดเดือนก.ย.-ธ.ค.2569