“ธรรมนัส” ห่วงเกษตรกรช่วงรอยต่อรัฐบาล เตรียมชง ครม.แก้ระเบียบ ส.ป.ก. เก็บรายได้จากกลุ่มธุรกิจใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยไม่ใช่กิจกรรมภาคการเกษตร ชี้งบประมาณไม่สมดุล-เอกสารสิทธิ์ล่าช้า พร้อมหนุนรื้อโครงสร้าง อ.ส.ค. แก้นมล้นตลาด
วันที่ 6 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี เปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 51 ปีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก)
โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เข้าร่วม
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส.ป.ก. ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลและจัดสรรที่ทำกินให้กับเกษตรกร แต่ต้องยอมรับว่างบประมาณที่ส.ป.ก. ได้รับในแต่ละปียังมีความไม่สมดุลกับการดำเนินงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อยอดที่ทำกินให้กับเกษตรกร ตามภารกิจของส.ป.ก. ซึ่งล่าสุดได้มีการเสนอขอแก้ไขระเบียบในการจัดเก็บรายได้จากกลุ่มธุรกิจใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก.(ที่ไม่ใช่กิจกรรมภาคการเกษตร) ไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว (ครม.) เพื่อที่จะให้ส.ป.ก.สามารถจัดเก็บและบริหารงบประมาณได้ตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้ดำเนินการยกระดับเอกสารสิทธิ์จาก ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ที่จะสามารถให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ถึงกว่า 80% ของราคาประเมิน แต่ในปี 2568 ที่ผ่านมา มองว่ายังไม่สามารถดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมายเนื่องจากงบประมาณประจำปีที่ได้รับนั้น ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการประกอบกับการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล
โดยบ่อยครั้งทำให้ส่งผลผลกระทบต่อความต่อเนื่องในนโยบาย ถึงแม้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะถูกมองว่าได้รับงบประมาณประจำปีสูงมากในแต่ละปีงบประมาณ แต่หากเฉลี่ยต่อประชากรภาคเกษตรที่มีกว่า 30 ล้านชีวิตแล้วถือว่าได้รับงบประมาณน้อยมาก
ห่วงเกษตรกรช่วงรอยต่อรัฐบาล
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ภาคการเกษตรต้องเจอความท้าทายในหลายด้าน ไม่ว่าจะผลกระทบของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลก และสภาพภูมิอากาศ ที่แปรปรวน แต่การแข่งขันในภาคเกษตรก็ยังมีการแข่งขันเช่นเดิม ซึ่งเป็นที่น่าเป็นห่วง และความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ และไม่ว่ารัฐบาล จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เชื่อมั่นว่าข้าราชการประจำในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นที่พึ่งในการแก้ไขและให้การช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีคุณภาพภาพที่ดี
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงรอยต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยยอมรับว่ามีความน่าเป็นห่วงในหลายมิติ ทั้งปัญหาที่ดินทำกิน ราคาพืชผล และค่าครองชีพ ซึ่งล่าสุดเริ่มมีกลุ่มเกษตรกรออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมที่ได้รับผลกระทบหนัก
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยอมรับว่าการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมาขาดความต่อเนื่องจากการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน ส่งผลให้นโยบายการปฏิรูปภาคการเกษตรที่เคยแถลงไว้ต่อสภาฯ เกิดความล่าช้า
เสนอรื้อโครงสร้าง อ.ส.ค.
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับกรณีกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศที่รวมตัวยื่นหนังสือแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดนั้น มีข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันโครงการนมโรงเรียนให้ครอบคลุม 365 วัน เพื่อระบายน้ำนมในช่วงปิดภาคเรียน พร้อมขอสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่ยังค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่สมาชิกเกษตรกรเป็นมูลค่านับพันล้านบาท
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส มองว่าจำเป็นต้องมีการรื้อโครงสร้างภายใน อ.ส.ค. ใหม่ หลังพบปัญหาภาคธุรกิจเข้ามาแทรกแซงจนการบริหารจัดการผันผวน โดยเชื่อว่าหากที่ผ่านมาตนได้บริหารงานครบวาระ 4 ปี จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม