ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน ยังต้องจับตาหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาทำตลาดทองคำทั่วโลกผันผวนหนัก นักลงทุนขายทองกอดดอลลาร์ โดยสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ “เล่งหงษ์” ประเมินราคาทองคำระยะสั้นยังแกว่งในกรอบ 5,000–5,200 ดอลลาร์ พร้อมแนะกลยุทธ์ซื้อเมื่ออ่อนตัวและทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น
นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่า โดยปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจำนวนมากมักจะหันกลับมาถือเงินสดมากขึ้นในช่วงแรก เนื่องจากต้องการสภาพคล่องและความคล่องตัวในการโยกย้ายการลงทุน ส่งผลให้สินทรัพย์หลายประเภทปรับตัวลดลงพร้อมกัน ทั้งตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อการขนส่งพลังงานในเส้นทางสำคัญของตะวันออกกลางที่อาจได้รับผลกระทบ โดยราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นมายังทำให้ตลาดกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอาจยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ จากการประเมินผ่านเครื่องมือ FedWatch พบตลาดคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในปีนี้อาจเหลือเพียง 1 ครั้ง โดยมีความเป็นไปได้มากที่สุดในช่วงเดือนก.ย. อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลก
สำหรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งลักษณะนี้มักไม่จบลงง่าย เนื่องจากหลายฝ่ายยังมีศักยภาพในการตอบโต้ และความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะหากประเทศที่มีความสัมพันธ์กับสหรัฐถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่อิหร่านอาจปิดเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่บางประเทศ เช่น จีน เริ่มมีมาตรการควบคุมการส่งออกพลังงานเพื่อรักษาปริมาณสำรองภายในประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว แต่ในระยะสั้นราคาทองคำอาจอยู่ในช่วงพักฐาน เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนต้องการถือเงินสดมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน
นางภัทริน ประเมินแนวโน้มราคาทองคำประจำสัปดาห์ที่ 9-13 มี.ค. 2569 โดยในเชิงเทคนิคราคาทองคำโลกในระยะสั้นยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบกว้างระหว่าง 5,000–5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ระดับ 5,200 ดอลลาร์ยังเป็นแนวต้านสำคัญที่ตลาดพยายามทดสอบหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถผ่านได้
อย่างไรก็ดีหากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 5,200 ดอลลาร์ และมีแรงซื้อสนับสนุน อาจมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 5,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อถึงบริเวณนี้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาทยอยขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำอ่อนตัวลงบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยคาดว่าราคาอาจดีดตัวขึ้นได้ราว 50 ดอลลาร์
นางภัทริน กล่าวอีกว่าสำหรับภาพรวมในระยะยาวยังคงมองว่าทองคำมีแนวโน้มขาขึ้น จากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ
ขณะที่ราคาทองคำในประเทศไทยยังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงไม่มากนัก โดยระดับแนวต้านสำคัญอยู่บริเวณ 78,300 บาท หรือทองโลกอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 78,800 บาท หรืองทองโลกอยู่ที่ 5,250 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกอยู่บริเวณ 77,500 บาท หรือทองโลกอยู่ที่ 5,120 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 76,800 บาท หรือราคาทองโลกอนฝยู่แถวๆ 5,050 ดอลบาร์
“สำหรับผู้มีเงินเย็นสามารถซื้อสะสมได้ เพราะมองว่าผ่านเดือนมี.ค.นี้ไป ทองคำเป็นช่วงขาขึ้นแน่นอน แต่เพราะเดือนนี้ด้วยความกังวลจากเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงความสับสนของนักลงทุน จึงก่อให้เกิดการพักฐาน”
นางภัทริน กล่าวและว่า ทั้งนี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากมีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ทองคำเปิดตลาดมาในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. ราคามีโอกาสปรับตัวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ