เอเซีย พลัส เตือนพิษสงครามตะวันออกกลาง สร้างความตระหนก วิกฤตพลังงานทั่วโลก ทำเศรษฐกิจไทยเสี่ยงถดถอย จับตา ขาดดุลการค้าพุ่ง-ราคาสินค้าทะยาน
รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แจ้งว่า จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่บานปลายเข้าสู่วันที่ 9 สร้างความตื่นตระหนก และกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ส่งผลให้เกิดภาวะ “Oil Shock” รุนแรง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุ 108 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปรับตัวบวกขึ้น 20% ในเช้าวันนี้ และพุ่งขึ้นกว่า 56% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย วิกฤตพลังงานโลกลุกลาม โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย สถานการณ์ความตึงเครียดขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลก การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงัก ทำให้ประเทศผู้ผลิตอย่าง UAE คูเวต และอิรัก ต้องลดการผลิตน้ำมันเนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้
นอกจากนี้ยังมีรายงานการปิดโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย และโรงงาน LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกาตาร์ ต้องหยุดดำเนินการหลังถูกโดรนโจมตี ความกังวลถึงวิกฤตพลังงานได้ฉุดให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับฐานรุนแรง -2% ถึง -7%
ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยได้รับแรงกระแทก เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “Stagflation” หรือ ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สำหรับประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางต่อการแกว่งตัวของราคาน้ำมันโลกสูงมาก เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการส่งออกสุทธิพลังงานติดลบถึง -7.8% ของ GDP ซึ่งต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคและระดับโลก
โดยผลกระทบลูกโซ่ที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ขาดดุลการค้าและเงินบาทอ่อนค่า ประเทศจะเผชิญปัญหาขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น จากต้นทุนการนำเข้าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อหด ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และโลจิสติกส์ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น หากแบกรับไม่ไหว ภาระจะถูกผลักไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่แพงขึ้น ในขณะที่รายได้ไม่ได้เพิ่มตาม ทำให้กำลังซื้อของประชาชนหดตัว และฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชน
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลและภาคธุรกิจต้องเร่งวางแผนบริหารความเสี่ยง ทั้งการหาแหล่งพลังงานสำรอง การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และในระยะยาวต้องเร่งปรับโครงสร้างไปสู่การใช้พลังงานสะอาดให้เร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงและอาจทำให้เหลือเม็ดเงินสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัจจัยลบนี้ ตลาดหุ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับสามารถปรับตัวบวกได้ โดยเฉพาะตลาดหุ้นซาอุดีอาระเบียที่ปรับขึ้น 5 วันติด (+5%) จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงาน ดังนั้น หุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ของไทยอย่าง PTT และ PTTEP จะสามารถรับอานิสงส์เชิงบวก และปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้เช่นเดียวกัน