วิจัยกรุงศรี ผวาจีดีพีไทยหายเกือบ 1% หากสงครามตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 130 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล

วันที่ 10 มีนาคม 2569 วิจัยกรุงศรี ภายใต้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ออกบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์วันที่ 10 มี.ค.2569 โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ –0.88% YoY ติดลบเป็นเดือนที่ 11 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.56% YoY สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ เดือนกุมภาพันธ์ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 49.6 โดยเฉพาะความเชื่อมั่นที่ปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวดธุรกิจจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและการส่งออก

แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังติดลบ แต่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต เนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิในสัดส่วนที่สูง (13% ของการนำเข้ารวม) และพึ่งพาแหล่งนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก (สัดส่วนราว 55%)

หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กดดันให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นสู่ระดับเฉลี่ย 85-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นและอาจทำให้จีดีพีลดลงจากกรณีฐานราว 0.2-0.3% แต่หากสถานการณ์รุนแรงและยืดเยื้อจนกดดันให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ย 110-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลให้เงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงไปจากกรณีฐาน 3-4.5% และอาจทำให้จีดีพีลดลงจากกรณีฐานราว 0.6-0.9%

ทั้งนี้ ผลกระทบจะมากน้อยเพียงใดยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันสำรอง (ล่าสุดทางการระบุว่าอยู่ที่ 95 วัน) รวมทั้งมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน อาทิ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลผ่านกองทุนน้ำมัน เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน