ตัวแทนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ยื่นหนังสือถึงสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับเงื่อนไข และผ่อนผันการจดทะเบียน รย.18

รายงานข่าวจาก สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย แจ้งว่า วันนี้ มีตัวแทนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เข้ายื่นหนังสือถึง นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับเงื่อนไข และผ่อนผันการดำเนินงานต่างๆ ที่ทำให้กลุ่มผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ไม่สามารถจดทะเบียนรถเป็นประเภท รย.18 ได้

กลุ่มผู้ขับระบุว่า ปัจจุบันยังมีคนเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการจดทะเบียน รย.18 เพื่อเข้าระบบอย่างถูกต้อง แต่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการจดทะเบียนที่ซับซ้อนและไม่ยืดหยุ่น เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ และการทำประกัน ที่เกิดค่าใช้จ่ายแฝงเป็นเงินจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขที่กำหนด จากบริษัทลีสซิ่ง และสถาบันการเงิน จึงเข้ายื่นหนังสือต่อสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อให้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ให้คงอัตราดอกเบี้ยเดิม เมื่อมีการแจ้งเปลี่ยนเป็น รย.18 โดยขอให้สมาคมฯ เจรจากับบริษัทลีสซิ่ง เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ขับ ต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จากการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน

2) ขอให้มีความยืดหยุ่นในการทำประกันภัย เนื่องจากปัจจุบันบริษัทลีสซิ่ง หรือสถาบันการเงินหลายรายมีการบังคับให้ทำประกันชั้น 1 สำหรับรถรับจ้าง ซึ่งมีเบี้ยประกันสูงมาก โดยขอให้มีการพิจารณาเพื่อทบทวน และอนุญาตให้ใช้ประกันภัยชั้น 3 สำหรับรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการทำมาหากิน โดยยังมีความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด

และ 3) ขอให้สามารถใช้สำเนาทะเบียนรถในการดำเนินการได้ เนื่องจากขั้นตอนการเบิกเล่มทะเบียนตัวจริง มีค่าใช้จ่ายสูง และขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้เสียโอกาสในการวิ่งงานเพื่อหารายได้ จึงขอให้พิจารณาอนุญาต ให้ใช้สำเนาภาพถ่ายทะเบียนรถในการจดทะเบียนแทน ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ระบุว่า ปัจจุบันมีรถรับจ้างผ่านแอปฯ ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ Driver Verify ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้ผู้ขับรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 36,896 ราย แต่มีจำนวนไม่ถึงครึ่ง (14,918 ราย) ที่มาขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย

ทั้งยังมีการกำหนดเส้นตายการจดทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งหากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วยังพบการกระทำผิด จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาทหากผู้ขับใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร (ไม่จดทะเบียน) และถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหากขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเป็นจำนวนมากที่ต้องเผชิญความท้าทายจากการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน ไม่เฉพาะแต่ด้านค่าใช้จ่ายจากการจดทะเบียนและเปลี่ยนประเภทรถยนต์ มูลค่าหรือราคาของรถยนต์ที่ลดลงจากการจดทะเบียน รย.18

แต่ยังรวมถึงระยะเวลาในการจดทะเบียนและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ โดยเฉพาะใน กทม. ปัจจุบันสามารถให้บริการได้ไม่เกิน 500 คันต่อสัปดาห์ ขณะที่ยังมีคนขับนับหมื่นที่รอจดทะเบียน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีถึงจะดำเนินการเสร็จสิ้น ทางกลุ่มผู้ขับจึงได้เรียกร้องให้มีการทบทวนเพื่อขยายเวลาการจดทะเบียนออกไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน