CGSI ประเมิน หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล 6 เดือน อาจกระทบ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% กดดันกำไรบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าได้ประเมินผลกระทบกรณีที่ราคาน้ำมันทรงตัวที่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% pts ต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคที่อ่อนตัวลงและดุลการค้าที่ขาดดุลมากขึ้น
ขณะที่อัตรากำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น ธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และปิโตรเคมีจะอยู่ภายใต้แรงกดดัน ส่วนสายการบินและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ส่วนผลกระทบต่อผู้ส่งออกอาจได้รับการชดเชยบางส่วนจากการอ่อนค่าของเงินบาท เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเครื่องมือหลักที่รัฐบาลนำมาใช้ระยะสั้นเพื่ออุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร เพื่อจำกัดการส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปยังภาคขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก

นอกจากนี้ รัฐยังเตรียมแผนสำรองคือ การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น เช่น สูงกว่า 120-130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ไทยเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานรัสเซีย-ยูเครน โดยตอนนั้นไทยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 1-5 บาท/ลิตร เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน

ขณะเดียวกัน รัฐยังคงตรึงราคาก๊าซ LPG สำหรับครัวเรือน แม้ว่าบัญชี LPG ของกองทุนจะขาดดุล อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังได้พิจารณามาตรการเพื่อให้สามารถคงอัตราค่าไฟฟ้า เช่น การนำเงินทุนส่วนเกินจากกิจการสาธารณูปโภคของรัฐมาชดเชยต้นทุน LNG ที่สูงขึ้น

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่าเมื่อพิจารณาจากมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จึงคาดบริษัทจดทะเบียนที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯศึกษาน่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง โดยสายการบินจะได้รับผลกระทบมากสุด คาดว่ากำไรอาจมี downside 12-20% รองลงมาคือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 7-9% และกลุ่มท่องเที่ยว 5-8% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงโดยตรงจำกัด แต่ sentiment ที่อ่อนตัว อาจกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอีกหลายอุตสาหกรรม

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หากไม่รวมหุ้น DELTA ดัชนี SET จะซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 13.4 เท่า หรือ -1.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งมองว่ายังน่าสนใจ ขณะที่ยังคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 69 อยู่ที่ 1,480 จุด เท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70 หรือ -1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยจะมี downside risk หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันแพงต่อเนื่อง
สถิตินักท่องเที่ยวดิ่งลงแรง และสถานการณ์การเมืองในประเทศกลับมามี ความไม่แน่นอน

ส่วนปัจจัยบวกคือ การที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลงรวดเร็ว รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม และมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน