เอกนิติ สั่งกรมบัญชีกลางตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างเชิงลึก เร่งเบิกจ่ายงบประมาณประคองเศรษฐกิจ ช่วงรอยต่อรัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็มที่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบันว่า เนื่องจากขณะนี้ยังเป็นช่วงรอยต่อที่รัฐบาล ยังไม่สามารถออกมาตรการหรือนโยบายใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้จึงมุ่งไปที่การบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเม็ดเงินจะถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพยุงภาพรวมในช่วงระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้เสร็จสิ้น
“ได้มีการติดตามและกำชับให้ทุกกระทรวงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ภาคส่วนต่างๆ ในระยะนี้”
ในส่วนของงบประมาณที่ยังพบปัญหาติดขัดจนไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลางไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเชิงลึก ว่ามีอุปสรรคในขั้นตอนใด เพื่อปลดล็อกให้เม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจและสร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเร่งรัดการเบิกจ่ายในภาพรวม
นอกจากนี้ ในประเด็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เพื่อนำมาใช้เป็นงบสำรองสำหรับรับมือวิกฤตนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเป็นลำดับแรก ยกตัวอย่างความสำเร็จในไตรมาส 4/2568 ที่โครงการ Quick Big Win สามารถผลักดันให้งบลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเติบโตได้ถึง 13% ถือเป็นกลไกหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับความชัดเจนด้านทิศทางเศรษฐกิจและตัวเลขจีดีพี จำเป็นต้องรอความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ กระทรวงอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำ ‘ฉากทัศน์เศรษฐกิจ’ (Economic Scenario) เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยลบจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงมาก