พาณิชย์ เผย 2 เดือนแรก นักลงทุนต่างชาติ หอบเงินเข้าไทย 6.4 หมื่นล. โตพุ่ง 83% สหรัฐครองแชมป์
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการลงทุนของชาวต่างชาติในไทยประจำเดือนก.พ. 2569 ปี 2569ว่ากรมได้อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 130 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 30,650 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ
ส่วนช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวน 243 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย คิดเป็น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท หรือ 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ซึ่งมีมูลค่า 35,277 ล้านบาท
สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 20% เงินลงทุน 1,265 ล้านบาท , จีน คิดเป็น 17% เงินลงทุน 11,796 ล้านบาท 3. ญี่ปุ่น คิดเป็น 17% เงินลงทุน 18,886 ล้านบาท , สิงคโปร์ คิดเป็น 11% เงินลงทุน 17,218 ล้านบาท และ 5. ฮ่องกง คิดเป็น 8% เงินลงทุน 5,338 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ คิดเป็น 27% เงินลงทุน 9,926 ล้านบาท
นายพูนพงษ์กล่าวถึงการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542ว่า มีจำนวน 81 ราย คิดเป็น 33% ของนักลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้น 24 ราย คิดเป็น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (57 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี จำนวน 29,826 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด
โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 29 ราย เงินลงทุน 11,226 ล้านบาท ญี่ปุ่น 14 ราย เงินลงทุน 3,313 ล้านบาท สิงคโปร์ 12 ราย เงินลงทุน 7,415 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 26 ราย เงินลงทุน 7,872 ล้านบาท