เอกนิติ เรียก ผู้บริหารกระทรวงการคลัง ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจจากเหตุตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงกว่าที่เคยคาดไว้ มองอาจกระทบ GDP มากกว่า 0.2%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ได้เรียกผู้บริหารกระทรวงการคลังเข้ามาประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประเมินฉากทัศน์ เบื้องต้นเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลาง โดยมองว่ามีโอกาสยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือนที่ประเมินไว้เดิม
“วันนี้เป็นการประชุมเพื่อประเมินผลต่อเศรษฐกิจ เพราะเดิมเราคิดว่าหากสถานการณ์สิ้นสุดลงได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อ GDP ของไทยประมาณ 0.2% แต่วันนี้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงกว่าระดับที่ประเมินไว้ไปแล้วเพราะว่าเหตุตะวันออกกลาง” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ เปิดเผยต่อว่า ขณะที่ในช่วงบ่ายของวันนี้ยังจะมีการประชุมศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุม