ศูนย์วิจัยกสิกร ชี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง โตต่ำกว่าที่คาดการณ์ ซ้ำร้ายหากราคาน้ำมันดิบทะลุ 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เกิน 3 เดือน GDP มีโอกาสโต 0%
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังการปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไปจนถึงแรงกดดันต่อราคาอาหารโลกในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการค้า และการคมนาคมขนส่งทางอากาศ ในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต้นทุนการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ในมิติการเงิน ค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นสวนทางกับสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ในขณะที่ อัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation เพิ่มขึ้น
ด้าน น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อยู่ระหว่างร้อยละ 0.2-0.7 หลังมองว่าสถานการณ์อิหร่านมีโอกาสยืดเยื้อ อีกทั้งช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดที่สำคัญต่อการขนส่งพลังงาน และเป็นประเด็นเปราะบาง ทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก
โดยผลกระทบต่อจีดีพีดังกล่าว อยู่บนสมมติฐานที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75–90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ร้อยละ 3 ในขณะที่จีดีพีทั้งปี 2569 มีแนวโน้มไม่เติบโต หรืออยู่ที่ 0%