เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น พลิกเกม หลังอสังหาฯ โตด้วยโมเดลเดิมยาก รุกรีแบรนด์ใหญ่รอบ 20 ปี ดัน 3 กลุ่มธุรกิจมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่าภายใต้สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน และพฤติกรรมการผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการในตลาดต้องหาทางออกใหม่ หลายบริษัทเริ่มมองหา New S-Curve เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ SC เลือกขยับเกม ในอีกมิติ ด้วยการรีแบรนด์ครั้งสำคัญในรอบกว่า 20 ปี เพื่อสื่อสารทิศทางใหม่ขององค์กรภายใต้แนวคิด “มากกว่าที่อยู่อาศัย” ตัดคำว่า “Asset” ออกจากโลโก้ พลิกบทบาทตัวเองจากผู้พัฒนาบ้านและคอนโดสะสม ณ สิ้นปี 2568 กว่า 236 โครงการ มูลค่าโครงการสะสมกว่า 341,000 ล้านบาท สู่เส้นทางการขยายบทบาทของธุรกิจให้เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
พร้อมกับกล่าวว่าแนวคิดสำคัญของการปรับองค์กรครั้งนี้ SC ได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฎีวิวัฒนาการของ Charles Darwin ที่ชี้ให้เห็นว่า “ความอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงหรือขนาด แต่คือความสามารถในการปรับตัว” ให้สอดคล้องกับโลกที่่เปลี่ยนไป
“ในโลกธุรกิจการหยุดนิ่งไม่ต่างจากการถอยหลัง และแบรนด์ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต ความอยู่รอดไม่ได้วัดจากขนาดหรือความแข็งแรง แต่คือความสามารถในการปรับตัวให้ทันกับบริบทที่เปลี่ยนไป สำหรับ SC การรีแบรนด์ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่คือการอัปเดตตัวเอง เราปรับพอร์ตธุรกิจให้ยืดหยุ่นและหลากหลายขึ้น เพื่อรองรับความผันผวนของอุตสาหกรรม และสร้างการเติบโตที่ไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การอยู่รอด แต่คือการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้คนได้ในระยะยาว” นายณัฐพงศ์ กล่าว

สำหรับ SC การรีแบรนด์จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่คือการปรับ “วิธีคิด” ขององค์กรใหม่ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับผู้คน สังคม และโลกในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาผ่านโลโก้ใหม่ที่พัฒนาโดย Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ดำเนินงานแบบ global design firm มีเครือข่ายทั่วโลก
โดยเข้าสัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานของ SC อย่างเข้มข้น ก่อนหยิบแรงบันดาลใจจาก “ดอกทานตะวัน” มาตีความเป็นภาษาดีไซน์ ผ่านรูปแบบการเรียงตัวของเกสรดอกทานตะวัน สื่อถึงความเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด เป็นการเติบโตต่อเนื่องแผ่ขยายคุณค่าสู่ผู้คนและโลก เพราะดอกทานตะวันของ SC สื่อถึงการหันหน้าไปหาลูกบ้านและลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งคือแกนคิดของ “Sunflower Mindset”
ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ จะเห็นว่า SC ค่อยๆ ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผ่านแนวคิด 3 Engines ที่บริษัท เริ่มขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ ที่เริ่มสร้างภาพของรายได้ประจำที่ชัดขึ้น ผ่านการพัฒนาธุรกิจโรงแรม ธุรกิจคลังสินค้า อาคารสำนักงาน และ อพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ SCX Corporation
ขณะที่ Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ก็มีความชัดเจนขึ้นอย่างมากในปีนี้ ผ่านการเปิดตัว “SCANVA” เป็นครั้งแรก ในฐานะกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมต่อ Ecosystem ของการใช้ชีวิต ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขายในชีวิตประจำวันไปจนถึงบริการระดับพรีเมียม ดิจิทัล แพลตฟอร์ม และ สุขภาพ ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายต่างๆ ที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความพยายามในการขยับจากธุรกิจที่พึ่งพาการขายโครงการ ไปสู่การสร้างโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและสมดุลมากขึ้น
การขับเคลื่อน Engine 3 จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยคาดว่าจะเห็นการเปิดตัวธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายพอร์ตของ Engine 2 และ 3 ผ่านการร่วมทุน (JV) เพื่อเร่งการเติบโต และสร้างสมดุลของรายได้ในระยะยาว
นอกจากมี New Logo และ New Thinking ในการดำเนินธุรกิจใหม่ SC ยังมี New Design ในฝั่งบ้าน เปิดหน้าบ้านรับการรีแบรนด์ โดยถ่ายทอดแนวคิดสู่ระดับโครงการ ผ่านแบบบ้าน 8 ดีไซน์ใหม่ล่าสุด อาทิ The Haussmannian Bridge Series, The Haussmannian Ascent Series และ French Resonance เป็นต้น ที่เน้น “ความสง่างามจากภายใน” ครอบคลุมทั้งมิติของดีไซน์ ฟังก์ชัน และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลของชีวิตมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย โดยมีแบบบ้านทั้งหมด 27 แบบ บน 17 ทำเลศักยภาพ
การปรับโฉมทั้งภายในและภายนอกของ SC ในวันนี้ สะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า New SC ไม่ใช่แค่การมีพอร์ตใหม่ ไม่ใช่แค่การมีส่วนผสมรายได้หลายทาง (Income Mix) แต่คือการสร้างตัวเองให้ยังเติบโตอย่างยั่งยืน ในวันที่อสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถเติบโตได้ด้วยโมเดลเดิมเพียงอย่างเดียว และเป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไปว่า ความแข็งแกร่งของ SC ในวันที่ไม่ได้เน้นคำว่า “Asset” จะขับเคลื่อนวงการต่อไปอย่างไร