“เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์” ชี้ราคาทองคำโลกเริ่มเข้าสู่ Oversold หรือ ภาวะขายมากเกินไป มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น แต่หากไม่ผ่านแนวต้าน 4,700–4,730 ดอลลาร์ ยังเสี่ยงปรับฐานต่อ มองระยะสั้นเป็นขาลง เตือนความผันผวนสูง แนะนักลงทุนใช้เทคนิคคอล-ตั้งจุดตัดขาดทุน ขณะที่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น ลุ้นทำ All Time High ใหม่ในปีนี้

นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าวว่าภาพรวมราคาทองคำในตลาดโลกในเชิงเทคนิคเริ่มเข้าสู่โซน Oversold หรือขายมากเกินไปในหลายกรอบเวลา ซึ่งมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ (ฟื้นตัว) ได้ อย่างไรก็ตามหากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,700–4,730 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อในระยะสั้น

ทั้งนี้ แนวโน้มในระยะสั้นยังถูกประเมินว่าเป็น “ขาลง” ขณะที่แนวโน้มระยะกลางถึงระยะยาวยังคงเป็น “ขาขึ้น” โดยการปรับฐานครั้งนี้อาจมีความรุนแรง และมีโอกาสที่ราคาจะลงไปทดสอบระดับ 4,200 ดอลลาร์ หรือในกรณีเลวร้ายอาจเห็นระดับ 4,000–3,900 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนแนวรับเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุของการปรับตัวลงอย่างรุนแรงในรอบนี้ ไม่ได้มีปัจจัยข่าวใหม่ที่ชัดเจนเพียงพอจะอธิบายการร่วงลงระดับ 500–600 ดอลลาร์ได้โดยตรง แม้จะมีประเด็นเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และราคาน้ำมัน แต่ตลาดได้รับรู้ปัจจัยเหล่านี้ไปล่วงหน้าแล้ว

จึงมีความเป็นไปได้ว่าแรงขายครั้งนี้อาจเกิดจากกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ หรือการปรับพอร์ตของกองทุนบางกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถระบุได้แน่ชัด

ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านราคาน้ำมันยังคงมีผลต่อทิศทางทองคำ เนื่องจากความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความชัดเจน และอาจยืดเยื้อออกไปอีกหลายเดือน ส่งผลให้ตลาดโดยรวมยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอนสูง

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากกว่าปัจจัยข่าว เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีความผันผวนสูงและคาดการณ์ได้ยาก โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ และหากหลุดระดับดังกล่าว อาจเห็นการปรับลงต่อไปยังโซน 4,200 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนระยะยาว มองว่าระดับราคาปัจจุบันเริ่มน่าสนใจในการทยอยสะสม แม้อาจไม่สามารถจับจังหวะต่ำสุดได้ ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรใช้กลยุทธ์ “เล่นรอบ” โดยเน้นทำกำไรในช่วงรีบาวด์ระยะสั้น เช่น การขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้นประมาณ 100 ดอลลาร์

นางภัทริน กล่าวว่าภาวะตลาดในปัจจุบันมีความผันผวนสูงผิดปกติ โดยการเคลื่อนไหววันละ 500 ดอลลาร์ แม้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ถือเป็นภาวะปกติ นักลงทุนที่ใช้ เลเวอเรจ (Leverage) หรือ Margin (การใช้เงินกู้เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุนให้ใหญ่กว่าทุนตัวเอง) จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด และอาจต้องตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างเคร่งครัด

ในส่วนของราคาทองคำในประเทศ พบว่ายังคงปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยในระดับราคาทองคำแท่ง 96.5 ที่บาทละ 69,000 บาท และ 68,000 บาท อาจจะได้เห็น เนื่องจากค่าเงินบาทที่ยังอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ทำให้ราคาทองคำไทยยังปรับลดลงตามตลาดโลกอยู่พอสมควร

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไปมองว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามหลักจะยังคงเป็นสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และทิศทางราคาพลังงาน ขณะที่ปฏิทินเศรษฐกิจในสัปดาห์ถัดไปมีข้อมูลสำคัญค่อนข้างจำกัด

ทั้งนี้ประเมินว่าราคาทองคำอาจเริ่มฟื้นตัวบางส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยอิงจากสถิติในอดีตที่ราคามักปรับตัวลงในเดือนมี.ค. ก่อนจะทยอยฟื้นตัวในเดือนเม.ย.
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจยังไม่ถึงระดับสูงสุดทันที แต่มีโอกาสเห็นการปรับขึ้นเป็นระยะ ขณะที่ภาพรวมทั้งปี ยังคงเชื่อว่าราคาทองคำมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน