พาณิชย์ ขึ้นบัญชีสินค้าควบคุมเพิ่ม 12 รายการ ชงเข้าบอร์ด กกร.ไฟเขียว 25 มี.ค. นี้
วันที่ 23 มี.ค. 14.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงถึงสถานการณ์การตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียนและสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคว่า ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ กรมจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาและเห็นชอบการเพิ่มการใช้มาตรการที่เข้มข้นสำหรับสินค้า 13 รายการ ที่อยู่ใน 59 รายการสินค้าควบคุม และเพิ่มรายการสินค้าควบคุมใหม่อีก 12 รายการ รวมเป็น 71 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มอาหาร เกษตร และสินค้าจำเป็นที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ และนำผลสรุปเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในสัปดาห์เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันที
“ เดิมนั้นการพิจารณานำสินค้ารายการใด ขึ้นเป็นสินค้าควบคุมต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ความต้องการสินค้าและราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความต้องการใช้และบริโภคสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รมว.พาณิชย์จึงให้รัดขั้นตอน และเร่งทำการพิจารณารายสินค้าที่ต้องเข้าควบคุม เพื่อใช้มาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งปกติสินค้าควบคุมจะมีการทบทวนทุกปี และทบทวนในเดือนมิ.ย. ซึ่งในเดือนมิ.ย. จะมีการประชุมอีกครั้ง “
นายวิทยากร กล่าวสำหรับสินค้าที่ต้องติดตามและควบคุมอย่างใกล้ชิด อาทิ เม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์-หีบห่อ ปุ๋ย ขวดพลาสติก เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อเข้าเป็นสินค้าควบคุม จะใช้มาตรการที่แตกต่างกัน เช่น เม็ดพลาสติก ก็จะเข้าไปดูทุกขั้นตอนตั้งแต่นำเข้า แปรรูป สต๊อก เส้นทางการกระจายสินค้า ลงในทุกรายละเอียด หากพบว่าสินค้าไม่ตรงกับชี้แจง ถือว่าเข้าข่ายกักตุน ก็มีโทษจำคุกและปรับ หรือ ปุ๋ย / อาหารสัตว์ จะเข้าไปตรวจสต๊อกรายวัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ใช้กำกับดูแลสินค้าควบคุม จะมีทั้งคุมราคา ที่ผู้ผลิตและจำหน่ายต้องได้รับอนุญาตก่อนขึ้นราคา มาตรการแค่แจ้งราคาที่เปลี่ยนแปลง และ มาตรการแจ้งรายละเอียดการขนย้ายสินค้า ซึ่งแต่ละรายการอาจใช้มาตรการเดียว หรือ สองมาตรการ และบางรายการใช้ทั้งสามมาตรการ รวมถึงห้ามส่งออก อยากมีความตึงตัวในประเทศสูง
นายวิทยากร กล่าวว่า พร้อมกันนี้ กรมฯปรับโยกงบประมาณและขยับความถี่ของการจัดงานธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาถูก จากเตรียมใช้งบประมาณทั้งปี 60 ล้านบาท ระยะเหลือ 4 เดือนนับตั้งแต่ 23 มี.ค. -ส.ค. 2569 และเตรียมเสนอครม.ของบเพิ่มเติมเพื่อจัดงานธงฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป อีกทั้งเพิ่มงบธงเขียวพลัส ของลดภาระค่าปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เพื่อลดภาระเกษตรกร ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกรอบใหม่ ตั้งแต่เดือนพ.ค. -ก.ค.ที่จะใช้ปุ๋ยมากในการปลูกข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์ม ผลไม้
สำหรับการดูแลราคาสินค้า นั้น จากการที่ประชุมหารือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรายใหญ่ ยืนยันปริมาณเพียงพอและคงราคาขายตามสต๊อกวัตถุดิบเดิม ซึ่งภาคเอกชน ระบุต้นทุนเดิมและราคาเดิมจะเพียงพอถึงเดือนเม.ย. -พ.ค. อย่างน้อยสต๊อกเดิมก็มีเพียงพอ 2 เดือน อย่าง ราคาปาล์มขวด ผลิตจากสต๊อกน้ำมันปาล์มเดิม
ดังนั้นเฉลี่ยวันนี้ควรอยู่ที่ 52-55 บาทต่อขวด(1ลิตร) ส่วนความวิตกเรื่องการนำน้ำมันปาล์มไปผสมไบโอดีเซล( บี 7 บี 10 ) อาจกระทบต่อภาคบริโภค นั้น การผลิตบี 7 หรือ บี 10 จะยังไม่มีการผลิต เนื่องจากต้องรอการนำเข้าเมทิลแอลกอฮอลล์ที่เป็นส่วนผสมหลักด้วย ดังนั้น ปริมาณน้ำมันปาล์มมีเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งวันนี้มีสต๊อกน้ำมันปาล์ม 3.5 แสนตัน และเดือนเม.ย. เป็นต้นไปจะมีปาล์มสดใหม่ออกสู่ตลาดอีก นอกจากนี้จะหามาตรการอื่นเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน เช่น ร่วมกับภาคเอกชนผลิตสินค้าจำเป็น ที่อาจไม่ได้เน้นเรื่องยี่ห้อสินค้าที่เป็นนิยม แต่เป็นสินค้าจำเป็น ราคาย่อมเยา