อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ เผยความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดง ส่งผลให้ส่งออกข้าวไปอิรัก 2 เดือนแรก ลด 52.58% หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้ส่งออกข้าวปี 2569 หายไป 1 ล้านตัน จากเป้า 7 ล้านตัน เตรียมรุกตลาดแอฟริกาและเจรจาจีทูจีข้าวกับจีนเพิ่ม
วันที่ 24 มี.ค. 2569 นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล – อิหร่าน อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ รวมถึงค่าประกันภัย ที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สายการเดินเรือส่วนใหญ่เปลี่ยนเส้นทาง ไม่เข้าทะเลแดง เพื่อผ่านคลองซูเอช โดยอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งแจ้งปรับอัตราค่าระวางเรือช่วงวันที่ 15-30 มี.ค. อัตราปรับขึ้นกว่า40% โดยสายการเดินเรืออ้างว่าค่าธรรมเนียมพิเศษและต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
สำหรับส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางต่อปีประมาณ 1.34 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 75 % นำเข้าโดยอิรัก และตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก จาก 2 เดือนแรกส่งได้ 9.2 หมื่นตัน ลดลงจากปีก่อน 52.58% ส่วนประเทศที่เหลือเจอปัญหาเส้นทางและระยะเวลาขนส่งทำให้ผู้นำเข้าบางส่วนชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอประเมินสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัญหายืดเยื้อ อาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2569 ตั้งไว้ 7 ล้านตัน จะหายไปประมาณ 1 ล้านตัน จากยอดส่งออกไปตะวันออกกลางชะงัก
“เราคงไม่อยู่นิ่ง กรมคงเดินหน้าเปิดเกมส์รุกทั้งการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม โดยเตรียมเข้าไปเพิ่มตลาดในแอฟฟริกาทดแทนตลาดตะวันออกกลางได้บางส่วน ส่วนการเจรจาจีทูจีขายข้าวไทยให้จีน นั้น ในล็อตแรก 4 หมื่นตัน ทางจีนทยอยส่งเรือมาขนสินค้า ซึ่งกำหนดส่งครบในเดือนมี.ค. จากนั้นกลางเดือนเม.ย.จะเพิ่มเจรจาจีทูจีขายข้าวให้จีนอีก 5-6 หมื่นตัน กับ COFCO รัฐบาลจีน”
นางอารดา กล่าวและว่าต้องยอมรับว่าปัญหาในตอนนี้ คือความกังวลเรื่องต้นทุนสูงขึ้นทุกด้าน แม้ราคาข้าวในประเทศยังทรงตัว โดยวันนี้ราคาข้าวขาว 5% ไทย อยู่ที่ 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเวียดนาม อินเดียและปากีสถานเล็กน้อย
นางอารดา กล่าวว่าสำหรับ ช่วง 2 เดือนแรก ปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 1.153 ล้านตัน ลดลง 4.16 % มีมูลค่ากว่า 651 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 20,200 ล้านบาท) ลดลง 15.45% ซึ่งเหตุทำให้ปริมาณและราคาข้าวต่ำลง เนื่องจากสต๊อกตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงมากขึ้น รวมถึงนโยบายจำกัดการนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
สำหรับค่าเงินบาทที่ปัจจุบันแม้เริ่มอ่อนค่าลง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข็งค่า ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาส่งออกข้าวไทย
นางอารดา กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง 2 เดืนแรก ปริมาณรวม 0.90 ล้านตัน มูลค่า 12,310.14 ล้านบาท ลดลง 32.33 %และ 27.24% สาเหตุจากผู้ประกอบการอยู่ระหว่างรวบรวมผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูป ส่งผลให้ผู้ซื้อในต่างประเทศชะลอคำสั่งในการซื้อขาย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีนและซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่ผลักดันการส่งออกมันอัดเม็ด ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2569 มีปริมาณ 0.07 ล้านตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.33% และ132.87% และจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางทำให้แนวโน้มการได้คำสั่งซื้อที่กรมฯได้เปิดการขายไว้ปีก่อนอาจชะลอตัวลง แต่ก็จะหาตลาดอื่นแทน ทำให้ทั้งปี 2569 ตั้งเป้าส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไว้ 6-7 ล้านตัน จากปีก่อน 8.2 ล้านตัน