ส.อ.ท. หวัง ครม. อนุทิน 2 ฟันฝ่าอุปสรรค ทำงานฟลูทีม สอดประสานกับทุกกระทรวง มั่นใจฝีมือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ โชว์ผลงานฉุดเศรษฐกิจไม่ให้ติดหล่มมาแล้ว
นายเกรียงไกร เธีนรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 ว่า ข้อดีก็คือทีมเศรษฐกิจหลักยังเป็นชุดเดิม โดยเฉพาะหัวหน้าทีมอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง คือรมว.พลังงาน และรมว.อุตสาหกรรม
“สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมาตลอด คือทีมครม.เศรษฐกิจ ที่เป็นมืออาชีพ ทั้งหมด หรือ Full Team แต่ในความเป็นจริงมีข้อจำกัดจากการจัดสรรโควตาของพรรคการเมืองหลายพรรคที่มารวมตัวกัน จากนี้คงต้องติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด หวังว่าทุกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจจะทำงานเต็มที่ เพื่อฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคที่เผชิญอยู่ไปให้ได้ ทั้งด้านวิกฤตพลังงาน ของขาด ของแพง”
นอกจากนี้ ค่าครองชีพยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เป็นหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่หนักหน่วงกว่าไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลอนุทินเข้ามาครั้งแรก ในช่วงช่วยฉุดเศรษฐกิจไทยไม่ให้ติดหล่มในไตรมาสดังกล่าวได้สำเร็จ
ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้ถือว่ามีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน ทำให้น้ำมันขาดแคลน ไม่เพียงพอ ราคาแพงขึ้น สร้างภาระให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
ทั้งยังส่งผลต่อราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และปัญหาด้านโลจิสติกส์ การขาดแคลนเรือ ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการพุ่งสูงขึ้น
”ภาคเอกชนยังต้องการ ครม.ที่ตรงปกเข้ามาทำงานเหมือนที่เคยให้ความเห็นมาตลอด แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจได้ว่ามีข้อจำกัดจากการรวมพรรคการเมืองเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล และต้องมีการจัดสรรโควต้าให้ลงตัว แต่ข้อดีก็คือยังได้หัวหน้าเศรษฐกิจทีมเดิม ซึ่งเคยมีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาได้ทำงานต่อเนื่อง”
ที่สำคัญคือ ต้องให้ทุกกระทรวงที่อยู่ในทีมเศรษฐกิจทำงานร่วมกันแบบสอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน เพราะมีนโยบายที่เป็นลักษณะต่างพรรคกัน ซึ่งจะทำให้การฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้เป็นไปได้ลำบากมากขึ้น