กกพ. ชี้รัฐต้องหาเงิน 878 ล้านบาท อุดหนุนค่าไฟ 7 สตางค์ สำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟไม่เกิน 200-300 หน่วย หากค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 อยู่ที่ 3.95 บาท
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่าได้จัดทำข้อมูลที่ถูกต้องประกอบแนวทางลดค่าไฟฟ้าเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200-300 หน่วย/เดือน เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้ประชาชน ส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด หรือประมาณ 17 ล้านครัวเรือน ซึ่งสุดท้ายจะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะพิจารณา
โดยหากกรณีที่ค่าไฟงวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย ต้องอุดหนุน 7 สตางค์/หน่วย ต้องใช้เงินสนับสนุนประมาณ 878 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 333 ล้านบาท กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 545 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้ต้องเป็นเงินจากภาครัฐ
“เนื่องจากเราไม่มีเงินเหลือแล้ว เพราะเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ที่เหลืออยู่ 9,471 ล้านบาท ต้องใช้ในการลดค่าไฟฟ้า งวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 คิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า”
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งเราได้กำหนดมาตรการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า โดยเน้นพึ่งพาตัว เร่งนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้นประมาณ 100-200 เมกะวัตต์ รับซื้อไฟฟ้าในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ในกลุ่มพลังงานทดแทน ที่จะเปิดรับซื้อถึงเดือน ธ.ค.2569 และเร่งนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ให้มากขึ้น