พณ. ยัน ดูแลค่าครองชีพ-ราคาสินค้า ลุยตรวจสินค้าขายเกินราคา-ไม่ติดป้าย กว่า 400 คำร้อง เผย ชงครม.นัดพิเศษ “โครงการปุ๋ยธงเขียว” ช่วยเกษตรกร

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด

ในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ระหว่างวันที่ 5-25 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบสถานที่ทั้งหมดเกือบ 3,000 แห่ง เป็นสถานีบริการ 1,786 แห่ง ร้านค้าปุ๋ย 606 แห่ง ตลาดค้าปลีกและค้าส่ง 585 แห่ง

พบการกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในสถานีบริการน้ำมัน 11 จังหวัด รวม 17 ราย ในความผิดไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว

ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนด้านราคาและบริการ ผ่านสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. – 25 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนสะสมเกือบ 400 คำร้อง ได้รับการตรวจสอบแล้ว 152 คำร้อง เป็นการกระทำความผิดไม่ติดป้ายแสดงราคา 15 ราย

จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง และติดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบกระทำความผิด 133 ราย และยังมีคำร้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 233 คำร้อง ซึ่งเป็นคำร้องจำหน่ายสินค้าเกินราคา โดยเจ้าหน้าที่เรียกเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์ หากพบว่าจำหน่ายในราคาที่สูงเกินจริงตามที่ร้องจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นางกนิษฐา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่ผันผวน โดยกรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง

โดยมีโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ ในพื้นที่หลังผลิตทั่วประเทศ นำร่อง 5 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตข้าวนาปรังสำคัญ คือ จ.นครสวรรค์ พิษณุโลกพระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และจ.สุโขทัย

มีเป้าหมายรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดจำนวน 1 ล้านตัน และองค์การคลังสินค้าจะประสานโรงสีและสหกรณ์การเกษตรรับซื้อข้าวเปลือกที่จุดรับซื้อ ในราคาสูงกว่าตลาดประมาณ 300 บาทต่อตัน

จากนั้นยังมีตลาดนัดข้าวเปลือกในแหล่งผลิตข้าวเปลือก ให้ไปรับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่งและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กับชาวนา ซึ่งการรับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไป ประมาณ 200- 400 บาทต่อตัน

ซึ่งตลาดนัดดังกล่าวจัดแล้ว ที่จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พิจิตร อยุธยา พิษณุโลก และน่าน โดยให้สำนักงานชั่ง ตวง วัด ดูแลการขายในพื้นที่ให้เกิดความโปร่งใส ทั้งเรื่องน้ำหนักและการวัดความชื้นรวมถึงประสานกระทรวงพลังงานในการจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวให้เพียงพอกับเกษตรกร

นางกนิษฐา กล่าวว่า สำหรับโครงการปุ๋ยธงเขียว ช่วยเกษตรกร จะนำเสนอเข้าสู่การประชุมครม.นัดพิเศษ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันเดียวกันนี้ โดยจะกำหนดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรที่ถือบัตรดินดี ออกโดยกรมพัฒนาเกษตรกร เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร

“กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงอยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน” นางกนิษฐา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน