สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ช็อกน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาท แต่หน้าปั๊มยังขาด ปุ๋ยแพงกระสอบละ​ 1,200 บาท แต่ราคาข้าวตกต่ำ สวนทาง​ต้นทุน​การผลิต​

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า​ การปรับขึ้นราคาน้ำมันในลักษณะก้าวกระโดดทันที 6 บาทเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประสบการณ์ของตน โดยปกติจะปรับขึ้นครั้งละเล็กน้อย แต่ครั้งนี้เพิ่มขึ้นทันที 6 บาท ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศ​ ‘ช็อก’ ทั้งด้านราคาและการเข้าถึงน้ำมัน

โดยส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่า แม้ภาครัฐจะระบุว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอประมาณ​ 100 วัน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า​ ในหลายพื้นที่ไม่มีน้ำมันขายให้เกษตรกร​ ซึ่งตนได้รับการร้องเรียน​จาก​สมาชิก​แล้ว​ 17​ จังหวัด​ว่า​กำลัง​จะเกี่ยวข้าว​ แต่ตามปั๊มไม่มี​น้ำมัน​จำหน่าย​ เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา รวมถึงพื้นที่อื่นๆ

“ขึ้นราคา​ แล้วยังไม่มีน้ำมันให้เติม ถามว่า​ขึ้นไปเพื่ออะไร เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ถ้าไม่มีน้ำมันให้รถเกี่ยวข้าวทำงาน จะทำให้การเก็บเกี่ยวล่าช้า​ อากาศ​ที่​ร้อน​จัด​ทำให้​ข้าว​แก่เร็ว​ หากไม่รีบเกี่ยวตามอายุ​ รวงจะกรอบ​ เมล็ดร่วงหล่น​เสียหาย​”

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตยังเพิ่มขึ้น จากราคาปุ๋ยยูเรียที่อยู่ในระดับสูงราวกระสอบละ​ 1,200 บาท​ ส่วนปุ๋ย​สูตร 950-1,000 บาทต่อกระสอบ​ ก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขอให้เร่งดำเนินมาตรการดูแลสถานการณ์น้ำมัน โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำมันให้เพียงพอสำหรับภาคเกษตร

ขณะเดียวกัน ให้เร่งผลักดันน้ำมันทางเลือก เช่น B20 เพื่อรองรับการใช้งานของเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งตนอยากให้หน่วยงานลงมาดูของจริงในพื้นที่ ไม่ใช่ดูจากรายงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเกษตรกรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

นายปราโมทย์ กล่าวว่า ย้ำว่าแม้ที่ผ่านมา​ราคา​ข้าว​จะตกต่ำ​ สวนทาง​กับ​ต้นทุน​การผลิต​ที่​สูง​ ชาวนาไม่คิดจะรวมตัว​เพื่อ​เรียกร้อง​ภาครัฐ​ แต่​หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร เนื่องจากขณะนี้ปัญหาได้กระจายไปทั่วประเทศ​และส่งผลกระทบโดยตรง​ต่อ​ชาวนา​ ทั้งยังอาจส่งผล​ต่อเนื่อง​ถึง​การส่งออก​ รวม​ถึง​ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศในระยะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน