“วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา” รองประธานหอการค้าไทย เผยภาพรวมสงกรานต์ปีนี้ยังไม่คึกคัก ประชาชนกังวลน้ำมันไม่พอเติมตามปั๊มและราคาพุ่ง 6 บาท/ลิตร ส่งผลเดินทางระยะไกลชะงัก การท่องเที่ยวอาจกระจุกตัวแค่กลุ่มใช้รถสาธารณะหรือใกล้บ้าน พร้อมชี้สัญญาณอันตรายต้นทุนน้ำมัน-ค่าไฟสูงขึ้น ภาคขนส่งขึ้นราคา 20% เกษตร-ผู้ผลิตแบกรับภาระไม่ไหว เสี่ยงสินค้าขาดแคลน เรียกร้องรัฐบาลดูแลต้นทางอย่างจริงจัง
วันที่ 29 มี.ค. 2569 นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่าภาพรวมช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเม.ย.2569 นี้ ประเมินเบื้องต้นน่าจะไม่ได้หวือหวาเท่าที่ควร เนื่องจากประชาชนมีความกังวลการเติมน้ำมันในปั๊มตามเส้นทางที่ผ่านไปถึงปลายทาง กลัวว่ารถยนต์ส่วนบุคคลน้ำมันจะหมดกลางทาง เพราะหากปั๊มเติมน้ำมันไม่เพียงพอ
รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ก็เป็นต้นทุนหลักในการเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน โดยแนวโน้มสงกรานต์จะคึกคักมากน้อยเท่าใด ต้องจับตาความชัดเจนของสถานการณ์การเติมน้ำมันหน้าปั๊มทั่วประเทศ หากทุกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมีน้ำมันเพียงพอและให้บริการได้ตามปกติ ความมั่นใจของประชาชนจะกลับมาได้
“ภาพของสัปดาห์นี้จะเป็นตัวตัดสินสำคัญว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวต่างจังหวัดในปีนี้จะคึกคักหรือไม่ ไม่อย่างนั้นการเดินทางอาจกระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มที่ใช้รถโดยสารสาธารณะหรือผู้ที่เดินทางในระยะใกล้ๆ เท่านั้น”
นายวิศิษฐ์ กล่าวและว่าสำหรับแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยสัญญาณในขณะนี้ยังไม่หวือหวาเท่าที่ควร แม้เป็นช่วงสุดท้ายของเดือนมี.ค. และจะเข้าสู่เดือนเม.ย.แล้ว แต่บรรยากาศยังคงเงียบ และพูดได้ไม่เต็มปากว่าสงกรานต์จะคึกคักมากขนาดไหน
โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำมันทั้งปริมาณเพียงพอในการเติมตามหน้าปั๊มหรือไม่ รวมถึงราคาที่สูงขึ้น ทำให้การที่รัฐบาลออกมาประกาศยืนยันว่า จะมีน้ำมันเพียงพอใช้ในช่วงสงกรานต์นี้แน่นอน ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่
นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่าในส่วนของการค้าขายสินค้าต่างๆ ในประเทศ เมื่อเข้าใกล้ช่วงเทศกาล ปกติแล้วจะมีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว และร้านอาหาร แม้ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวปริมาณมากในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก แต่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นแน่นอน ซึ่งสัญญาณในตอนนี้ยังไม่เห็นภาพดังกล่าว
อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า ประชาชนมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและความสะดวกในการเติมน้ำมันเพื่อเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลมาก เนื่องจากปกติแล้วเทสกาลสงกรานต์มักเป็นช่วงที่คนใช้หยุดยาวเที่ยวไกลๆ หรือเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะเป็นระยะไกลเช่นกัน
นายวิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่าในส่วนของภาคธุรกิจในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากต้นทุนพื้นฐานทั้งราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นกว่า 6 บาทต่อลิตร รวมถึงแนวโน้มการปรับค่าไฟฟ้าที่อาจสูงขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการผลิตและขนส่งสินค้าทุกประเภท
โดยเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนจากภาคการขนส่งที่เตรียมขอปรับขึ้นราคาค่าบริการเฉลี่ยประมาณ 20% ทั้งหมดจะสร้างส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางถึงการกระจายสินค้าไปยังจุดจำหน่ายทั่วประเทศ ยกตัวอย่างภาคเกษตรกรรม ราคาปุ๋ยจะยังทรงตัวได้อีกประมาณ 1-2 เดือน แต่เริ่มได้รับผลกระทบจากค่าน้ำมันที่ใช้ในเครื่องสูบน้ำแล้ว
นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่าขณะนี้รัฐบาลควรต้องหามาตรการช่วยเหลืออย่างชัดเจน อย่างที่ประกาศออกมาว่าจะช่วยเหลือภาคขนส่ง แต่เมื่อขั้นตอนยังไม่ชัดเจน ขนส่งก็ปรับราคาขึ้น 10% ไปก่อนแล้ว ทำให้ต้องมีความชัดเจนในมาตรการต่างๆ ทั้งผู้ผลิตในต้นทาง ก่อนจะล้มหายตายจากไป เพราะในส่วนของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
กระทรวงพาณิชย์จะมีการควบคุมราคาปลายทาง หรือการปรับราคาขึ้นอย่างเข้มงวด แต่ระหว่างทางในการผลิต หากต้นทุนสูงขึ้น สวนทางกับการที่รัฐบาลมุ่งเน้นควบคุมเพียงแค่ราคาขายปลีก โดยไม่ดูแลต้นทุนต้นทาง
อาทิ ราคาน้ำมันดิบ ราคาปุ๋ย หรือวัตถุดิบอื่นๆ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ โดยหากคุมได้แค่ปลายทางแต่ต้นทางคุมไม่ได้ สุดท้ายผู้ผลิตจะแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องเลิกผลิตไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาคือสินค้าขาดแคลน
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องจับตาวิกฤตสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ไทยนำเข้าจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นหลัก
หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ในประเทศให้ขยับสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องวางแผนการรับมือตั้งแต่ตอนนี้ และระยะถัดไปหากมีความยืดเยื้อมากขึ้น อาทิ ภาคการส่งออกที่เดิมคาดหวังให้ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดทดแทนจากผลกระทบภาษีนำเข้าของสหรัฐ
โดยขณะนี้เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้ไทยต้องเร่งรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านราคาและต้นทุนในตลาดเดิมที่มีอยู่ให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลง พยายามผลักดันและกระจายสินค้าไปยังตลาดที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เหลือทางนี้ทางเดียว จะบอกว่าไปเปิดตลาดใหม่คงไม่มีแล้ว เพราะประเทศอื่นก็คิดเหมือนเราเหมือนกัน