พาณิชย์ ดันปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง GI หนึ่งเดียวของอุทัยธานี ขึ้นห้าง-โกอินเตอร์
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ นายอิทธิพงศ์ ตันมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายโชควัตร ภูรินทร์ณัฐภูมิ ประมงจังหวัดอุทัยธานี และนางสาวสิการย์ เฟื่องฟุ้ง พาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตสินค้า GI “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรดตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องชูศักยภาพต่อยอดสร้างมูลค่าสินค้าในมิติต่างๆ พร้อมชื่นชมผู้ประกอบการรวมกลุ่มเข้มแข็ง สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” เป็นสินค้า GI หนึ่งเดียวของจังหวัดอุทัยธานีที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน โดยมีลักษณะเด่นคือเกล็ดหนา เนื้อแน่นนุ่มเป็นเส้นใย มีรสหวาน และไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นสาบ ซึ่งเป็นผลจากความเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำสะแกกรังที่มีน้ำใสสะอาดไหลเวียนดี อุดมด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ประกอบกับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาในกระชังของชุมชนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันมีผู้ผลิตปลาแรดในพื้นที่กว่า119 ราย มีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและขอใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง สามารสร้างปริมาณการผลิตรวมกว่า 940,000 กิโลกรัมต่อปี และหลังได้รับ GI ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญโดยปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 – 120 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 70 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ GI ในการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
นางอรมนกล่าวว่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์จากปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี ของชุมชน กรมฃอยู่ระหว่างประสานกับห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่หลายราย ซึ่งเป็นเครือข่ายจำหน่ายสินค้า GI ของกรมฯ โดยเฉพาะห้างท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้นำปลาแรดและผลิตภัณฑ์จากปลาแรดไปจำหน่าย เพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้น รวมถึงเดินหน้าผลักดันให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น งาน GI Market และเวทีการค้าระดับนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้กว้างขึ้น และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

นางวันเพ็ญ นาทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรดตำบลท่าซุงกล่าวว่า ผู้ประกอบการมีการรวมกลุ่มและพัฒนาสินค้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดได้ดีขึ้น โดยทางกลุ่มได้จัดตั้งตลาดค้าปลาสดขึ้นเองที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เพื่อเป็นแหล่งขายปลาแรด ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายได้วันละกว่า 500-600 กิโลกรัม โดยหากราคาจำหน่ายหน้ากระชังอยู่ที่ ก.ก.ลัะ100 บาท ส่วนราคาจำหน่ายที่ตลาดราคา ก.ก. ละ120 บาท

นอกจากนี้ยังมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานีโดยการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์ “แรดตัวแม่” เช่น ปลาแรดแดดเดียว ปลาร้าด่วนจากปลาแรด แหนมปลาแรด ข้าวเกรียบปลาแรด เป็นต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักสุขภาพ เช่น เจลาตินและคอลลาเจนจากปลาแรด เป็นต้น สามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับสมาชิกของกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของผู้คนในพื้นที่อีกด้วย