สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ชี้น้ำมันแพง คนไทยรัดเข็มขัด พฤติกรรมเดินทางเปลี่ยนเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ จับตากระทบยอดจองที่พักช่วงสงกรานต์
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ทิศทางเทศกาลสงกรานต์ เดือนเม.ย.2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เบื้องต้นยังมีปัจจัยบวกจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนที่เดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 1.5 หมื่นคน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักแรมในภาพรวมช่วงสงกรานต์คาดว่าจะอยู่ที่ 70-80% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นถึง 6 บาท/ลิตร แต่ยังเห็นยอดจองล่วงหน้าในช่วงสงกรานต์เข้ามาบ้างแล้ว ซึ่งต้องติดตามต่อว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหยุดยาวสงกรานต์จะมีการจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยเท่าใด
อย่างไรก็ดี แม้ตลาดต่างชาติเที่ยวไทยยังเห็นแนวโน้มที่ดูดี แต่ตลาดไทยเที่ยวไทยหรือการเดินทางเที่ยวในประเทศ ขณะนี้ภาคธุรกิจเริ่มแสดงความกังวลว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวของคนไทยอาจจะไม่หวือหวาอย่างที่คิด เนื่องจากภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยต้องรัดเข็มขัด
“จากการประเมินภาพรวมพบว่า นักท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย พฤติกรรมการเดินทางอาจเปลี่ยนจากการเดินทางข้ามจังหวัดไกลๆ เป็นการเที่ยวภายในจังหวัดตัวเองหรือจังหวัดใกล้เคียงแทน”
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยืนยันว่า น้ำมันมีเพียงพอในในการใช้แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ โดยมีการระบุว่าน้ำมันสำรองมีใช้ได้ถึงเป็น 100 วัน จึงอยากให้เปิดเผยข้อมูลจริงว่า ระยะเวลาที่มีน้ำมันสำรองใช้จะ 90 วัน หรือ 100 วัน นับไปแล้วหรือยัง เริ่มนับตั้งแต่วันใด และใช้ได้ถึงวันใด รัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงทางพลังงาน
ทางสมาคมมีข้อเสนอแนะในภาคการท่องเที่ยว อยากให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณสนับสนุนโครงการทัวร์เที่ยวไทยกลับมาใช้ เป็นรูปแบบการนั่งรถบัสประหยัดพลังงานเที่ยวในแต่ละจังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาพลังงานไปพร้อมกัน
“รัฐอาจสนับสนุนค่าที่พักและทัวร์ท่องเที่ยวเป็นจำนวนคืน อาทิ คืนละ 1,000 บาท เพื่อกระจายรายได้สู่ต่างจังหวัด และพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ให้ซบเซา หลังจบเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือโลว์ซีซั่น (Low Season) จึงต้องหามาตรการรับมือไว้ตั้งแต่ตอนนี้”