สถาบันอาหาร-ส.อ.ท.-สภาหอฯ จับตา ปี 2569 มูลค่าส่งออกอาหารไทยวูบ 7.3% อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาทหวังสงครามไม่ลุกลาม หนุนครึ่งปีหลังพลิกกลับมาเป็นบวกได้
น.ส.ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันอาหาร กล่าวว่าได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็น 3 องค์กรประเมินภาพรวมการส่งออกอาหารของไทย ปี 2569 มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 7.3% เนื่องจากคาดว่าไตรมาส 1/2569 จะหดตัว 11.5% อยู่ที่ 305,900 ล้านบาท และไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องรุนแรง 17.7%
ทั้งนี้ เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคมฮอร์มุซ ไปยังกลุ่มประเทศอาหรับ (GCC) และการ Re-export จากยูเออีไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาถูกตัดขาด
ดังนั้น สินค้าที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลางมาก จึงมีโอกาสได้รับผลกระทบสูง ได้แก่ ทูน่ากระป๋อง ข้าว ข้าวโพดหวานปรุงแต่ง และสับปะรดกระป๋อง ส่วนผลกระทบทางอ้อมจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ราคาปุ๋ย วัตถุดิบเกษตร โรงงานแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงค่าขนส่งและการกระจายสินค้า
อย่างไรก็ตาม ประมาณการณ์มูลค่าส่งออกอาหารของไทยปีนี้ที่ลดลง 7.3% ยังน้อยกว่าปี 2568 ที่หดตัว 8.1% มูลค่าอยู่ที่ 1.51 ล้านล้านบาท เนื่องจากยังมีความหวังว่าสถานการณ์จะทยอยปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วงปลายปี หากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลาม
นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับภัยสงคราม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกอาหารไทยให้พลิกกลับมาขยายตัวได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาการส่งออกอาหารของไทยมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มาตรการภาษีสหรัฐ กำลังซื้อคู่ค้าอ่อนตัว ค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มูลค่าการส่งออกไปกัมพูชาหายไปกว่า 5,000 ล้านบาท/เดือน คิดเป็นประมาณ 5% ของมูลค่าการส่งออกอาหารทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ไทยพึ่งพาตลาดต่างประเทศโดยตรง